![]()

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออสเตรเลีย สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรเมื่อ 30 พฤษภาคม 2569 ประกาศว่าทั้ง 3 ประเทศ จะร่วมกันลงทุนในโครงการพัฒนาอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ประเภท uncrewed undersea vehicle (UUV) ที่มีความสามารถในการปฏิบัติการใต้น้ำ เพื่อใช้ในปฏิบัติการลาดตระเวนและป้องกันความปลอดภัยสายเคเบิลใต้ทะเล โดยเป็นความร่วมมือในกรอบ AUKUS หรือความร่วมมือ 3 ฝ่าย ที่เน้นการเสริมขีดความสามารถทางทหารระหว่างกัน ก่อตั้งเมื่อปี 2564 คาดว่าโครงการพัฒนา UUV ระหว่างออสเตรเลีย สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรจะเริ่มปฏิบัติการได้ในปี 2570 และจะกลายเป็นโครงการแรกในกรอบความร่วมมือ AUKUS ระยะที่ 2 ที่จะให้ความสำคัญกับการพัฒนายุทโธปกรณ์ เพื่อรับมือกับความท้าทายและเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ ขณะที่ความร่วมมือ AUKUS ระยะที่ 1 เน้นการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ให้ออสเตรเลีย
สำหรับ UUV ที่ทั้ง 3 ประเทศจะร่วมมือกันพัฒนา จะมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการรอบด้าน ทั้งลาดตระเวน ระบุเป้าหมาย ปฏิบัติการสนับสนุน ปฏิบัติการสอดแนม และปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายได้ โดยคาดว่าทั้ง 3 ประเทศจะสามารถประยุกต์ใช้ UUV ได้ทั้งในการปฏิบัติการเพื่อความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก มหาสมุทรแอตแลนติก ทะเลเหนือของยุโรป และภูมิภาคอาร์กติก ที่เป็นพื้นที่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของทั้ง 3 ประเทศ และเป็นเส้นทางเดินเรือ รวมทั้งวางสายเคเบิลใต้น้ำ รวมทั้งท่อส่งน้ำมันและพลังงงานที่สำคัญของโลก
ท่าทีของทั้ง 3 ประเทศ มีขึ้นในห้วงที่ความร่วมมือในกรอบ AUKUS ถูกวิจารณ์ว่าไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ทั้งที่มีสหรัฐฯ เป็นสมาชิก ขณะที่จีนขยายอิทธิพลด้านการทหารอย่างรวดเร็วในภูมิภาค และมีขีดความสามารถด้านการทหารเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนมีความเคลื่อนไหวใต้ทะเลที่อาจมีเป้าหมายเป็นสายเคเบิลใต้น้ำ บริเวณใกล้กับช่องแคบไต้หวัน และทะเลใกล้แถบสแกนดิเนเวียในยุโรป นอกจากนี้ สหราชอาณาจักรยังพบว่ารัสเซียใช้เรือดำน้ำปฏิบัติการเชิงรุกต่อสายเคเบิลใต้ทะเลที่อยู่ในบริเวณทะเลเหนือของยุโรป ทำให้สหราชอาณาจักรต้องการเทคโนโลยีใหม่ไปใช้สำหรับเฝ้าระวังภัยคุกคามจากรัสเซีย







