![]()

ฝรั่งเศสเป็นประธานจัดการประชุมสุดยอดกลุ่ม G7 ระหว่าง 15-17 มิถุนายน 2569 ที่เมือง Évian-les-Bains โดยได้ต้อนรับและพบหารือกับผู้นำประเทศสมาชิก รวมทั้งประเทศที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก ประเด็นสำคัญที่สมาชิกกลุ่ม G7 หารือร่วมกัน ได้แก่ สถานการณ์อิหร่าน สงครามรัสเซีย-ยูเครน และแนวทางร่วมกันรับมือกับสถานการณ์โลกที่ผันผวนและไม่แน่นอน ทั้งนี้ ฝรั่งเศสและสมาชิกกลุ่ม G7 รวมทั้งประเทศหุ้นส่วนของกลุ่ม ได้แก่ เกาหลีใต้ อินเดีย บราซิล อียิปต์ และเคนยา เห็นพ้องว่าปัจจุบัน ทั่วโลกเผชิญความท้าทายจากความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้น ระดับการพัฒนาเศรษฐกิจที่ไม่สมดุล ระเบียบโลกที่อ่อนแอ และความช่วยเหลือระหว่างประเทศที่ลดลง นอกจากนี้ กลุ่ม G7 ให้คำมั่นระหว่างกันว่าจะยังคงให้ความสำคัญกับภารกิจการแก้ไขวิกฤตความมั่นคงด้านพลังงาน
ผู้นำฝรั่งเศสใช้การประชุมกลุ่ม G7 ครั้งนี้ เพิ่มพูนบทบาทของฝรั่งเศสในเวทีโลกอย่างน้อย 7 ด้าน ได้แก่ 1) ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 2) ส่งเสริมความร่วมมือที่มีลักษณะยุติธรรม 3) ทำให้อุตสาหกรรมแร่หายากมั่นคง 4) ปกป้องสิทธิเด็กและเยาวชนในโลกออนไลน์ 5) ต่อต้านการค้ายาเสพติด และอาชญากรรมข้ามชาติ 6) ส่งเสริมขีดความสามารถด้านสาธารณสุข และ 7) แลกเปลี่ยนและหารือเกี่ยวกับวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งในการประชุมปี 2569 เน้นสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งอิหร่านและฉนวนกาซา รวมทั้งสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งผู้นำฝรั่งเศสต้องการให้กลุ่ม G7 ยืนยันว่าจะเพิ่มบทบาทสนับสนุนและช่วยเหลือยูเครน
สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจรายงานบรรยากาศการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากเกิดขึ้นในห้วงที่สหรัฐฯ เผชิญความท้าทายในการทำข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน ทำให้สมาชิก G7 อื่น ๆ กังวลว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ จะไม่เช้าร่วมการประชุมครบทั้ง 3 วัน นอกจากนี้ ท่าทีของสมาชิก G7 ส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วยกับสหรัฐฯ ที่ทำสงครามกับอิหร่านจนทำให้เกิดวิกฤตพลังงาน และส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ผู้นำโลกของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธว่าปฏิบัติการทหารของสหรัฐฯ ไม่ได้ทำให้เกิดวิกฤตราคาน้ำมัน โดยยืนยันว่าราคาน้ำมันโลกไม่ได้ปรับตัวพุ่งสูงมากตามที่คาดการณ์







