![]()

สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจเกี่ยวกับพัฒนาการทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเมียนมา ภายหลังมีการตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อ เมษายน 2569 และเริ่มฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอาเซียน ให้กลับสู่ระดับปกติ ล่าสุดมีรายงานเมื่อ 10 กรกฎราคม 2569 อ้างท่าทีของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของเวียดนาม ระบุว่า นายตินหม่องซเว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา จะเข้าร่วมการประชุมอาเซียนระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ วาระพิเศษ ที่กรุงเทพฯ ใน 12 กรกฎาคม 2569
เวียดนามมีมุมมองว่า การเข้าร่วมประชุมฯ ของนายตินหม่องซเว จะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน และหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างตรงไปตรงมา เพื่อขยายความร่วมมือและส่งเสริมการเจรจาทางการเมืองในเมียนมา อย่างไรก็ตาม การประชุมดังกล่าวไม่ได้เป็นการยืนยันว่า อาเซียนจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรผู้นำเมียนมาในการประชุมสุดยอด ที่จะจัดขึ้นที่ฟิลิปปินส์ในช่วงปลายปี 2569
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ยืนยันกำหนดการดังกล่าว ซึ่งเป็นผลจากการผลักดันของฝ่ายไทยในการประชุมอาเซียนระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมื่อ พฤษภาคม 2569 ขณะที่สื่อมวลชนรายงานเชิงบวกเกี่ยวกับบทบาทของไทยด้านการสนับสนุนการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับอาเซียน โดยใช้ยุทธศาสตร์ 2 ด้าน ได้แก่ 1) เน้นบทบาทอาเซียน ผู้แทนพิเศษของอาเซียนประเด็นเมียนมา และกลุ่มประเทศ Troika ของอาเซียนเป็นกลไกกลางประสานงานกับเมียนมา และ 2) ส่งเสริมแนวคิด 3R คือ ภูมิภาคนิยม (regionalism) ความสัมพันธ์ (relevance) และความยืดหยุ่น (resilience) โดยไม่ละเลยการกระตุ้นและติดตามรัฐบาลเมียนมาให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาทางการเมืองตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน
การประชุมที่จะมีขึ้นใน 12 กรกฎาคม 2569 น่าจะได้รับความสนใจจากนานาชาติ และเป็นโอกาสดีของไทยที่จะย้ำบทบาทนำด้านการทูตในภูมิภาค เสริมสร้างความเชื่อมั่นระหว่างสมาชิกอาเซียนในระยะยาว ตลอดจนเร่งต่อยอดความร่วมมือกับเมียนมาในประเด็นความมั่นคงที่สำคัญและเร่งด่วนระหว่างกัน ทั้งในมิติความมั่นคงชายแดน สิ่งแวดล้อม และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ







