![]()

การตอบโต้ทางทหารระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ตึงเครียดขึ้น ตั้งแต่การโจมตีครั้งใหม่ ระลอกแรก เมื่อ 8 กรกฎาคม 2569 โดยเมื่อ 12 กรกฎาคม 2569 ว่า สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ เน้นทำลายสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการทหารในพื้นที่ตอนใต้ของอิหร่าน ขณะที่สื่อมวลชนอิหร่านรายงานว่าสหรัฐฯ โจมตีเมือง Bandar Abbas ซึ่งเป็นชายฝั่งของประเทศ รวมทั้งเกาะ Qeshm พื้นที่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของอิหร่าน ทั้งนี้ สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่อง หลังจากประกาศยุติข้อตกลง MoU ระหว่างกัน เนื่องจากอิหร่านปฏิบัติการใช้อากาศยานไร้คนขับและขีปนาวุธโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ และจอร์แดน
สถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าวทำให้เส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก หรือช่องแคบฮอร์มุซ ตกอยู่ในความเสี่ยงสูง เนื่องจากอิหร่านไม่รับประกันความปลอดภัยของเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านเส้นทางดังกล่าว หากไม่ได้รับอนุญาตจากอิหร่าน ทั้งนี้ อิหร่านพยายามใช้การทูตเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์กับโอมาน ประเทศที่มีชายฝั่งติดกับช่องแคบฮอร์มุซเช่นกัน โดยผู้แทนอิหร่านพบหารือกับผู้แทนโอมานเมื่อ 11 กรกฎาคม 2569 แต่ฝ่ายโอมานยืนยันเสนอให้แบ่งเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเป็น 2 เส้นทาง ทำให้อิหร่านยังไม่พอใจและไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าว พร้อมกล่าวโทษว่าสหรัฐฯ กดดันโอมานให้ยื่นข้อเสนอที่ไม่เป็นธรรม
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง เชื่อมั่นว่าอิหร่านจะใช้ความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซเป็นยุทธศาสตร์หลักในการต่อรองกับสหรัฐฯ รวมทั้งนานาชาติ พร้อมคาดการณ์ว่าในอนาคตอันใกล้ อิหร่านอาจเป็นฝ่ายได้เปรียบในการเจรจากับสหรัฐฯ พิจารณาจากการที่ข้อตกลง MoU ก่อนหน้านี้ ไม่ได้ระบุข้อความเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งที่เป็นเงื่อนไขสำคัญของฝ่ายสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังวิจารณ์ยุทธวิธีของสหรัฐฯ เชิงลบว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ที่ผ่านมา ไม่สามารถลดขีดความสามารถของอิหร่านได้ โดยเฉพาะขีดความสามารถในการควบคุมความมั่นคงปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่สามารถทำลายคลังอากาศยานไร้คนขับ ขีปนาวุธ และกองเรือติดอาวุธเคลื่อนที่เร็วของอิหร่านได้ทั้งหมด จนทำให้อิหร่านยังคงมีศักยภาพในการโจมตีเรือสินค้าและสร้างความวิตกกังวล
ความตึงเครียดที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ และยังมีไม่สัญญาณการเจรจารอบใหม่ แม้กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศ เมื่อ 13 กรกฎาคม 2569 ยุติการโจมตีทางอากาศระลอกล่าสุดต่ออิหร่าน โดยระบุว่าได้โจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศ สถานีเรดาร์ อุปกรณ์ขีปนาวุธและโดรน และเรือขนาดเล็กของอิหร่าน ขณะที่ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบอาจเพิ่มเกิน 80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคเสี่ยงตกเป็นเป้าหมายการโจมตี และไม่สามารถซ่อมแซมหรือฟื้นตัวได้เร็ว พร้อมยืนยันว่าอิหร่านไม่มีอำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ







