![]()

กระทรวงสารสนเทศกัมพูชา เมื่อ 13 กรกฎาคม 2569 แจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการใช้ข้อมูลข่าวสารจากสื่อสังคมออนไลน์ โดยย้ำว่าข้อมูลหรือเนื้อหาที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ เฉพาะอย่างยิ่ง Facebook และ TikTok ไม่ใช่สื่อมวลชนหรือผู้สื่อข่าวมืออาชีพ จึงไม่ผ่านกระบวรการตรวจสอบหรือแก้ไข และไม่ใช่แหล่งข้อมูลข่าวสารที่เชื่อถือได้ เนื่องจากดังนั้น ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน ต้องให้ความสำคัญกับการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และประเมินความน่าเชื่อถือของเนื้อหาต่าง ๆ ที่เผยแพร่ในแพล็ตฟอร์มดังกล่าว ทั้งนี้ กัมพูชามีข้อมูลว่าประชาชนมากกว่า 15 ล้านคนเป็นผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ และแพล็ตฟอร์ม Facebook และ TikTok ได้รับความนิยมสูงมาก
ท่าทีของกระทรวงสารสนเทศกัมพูชามีขึ้นเรื่องในโอกาสวันเริ่มกิจกรรมรณรงค์ “Say No to Fake News” ในสถาบันศึกษา เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในกลุ่มเยาวชนให้ระมัดระวังการเชื่อข้อมูลข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ เพราะอาจทำให้เกิดความสับสนและการเชื่อข้อมูลข่าวปลอม นอกจากนี้ กัมพูชายังกระตุ้นให้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์รู้จักช่องทางข่าวสารที่น่าเชื่อถือ ซึ่งมีเนื้อหาที่ผลิตโดยผู้เชี่ยวชาญและสื่อมวลชนมืออาชีพ เช่น Agence Kampuchea Presse (AKP) National Television of Cambodia (TVK) National Radio of Cambodia (RNK) และแอปพลิเคชัน MoInfo
นอกจากนี้ กระทรวงสารสนเทศกัมพูชายังใช้โอกาสดังกล่าวสนับสนุนผู้ผลิตสื่อและเนื้อหาในสื่อสังคมออนไลน์มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อเนื้อหา และรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการพิจารณาให้รอบคอบก่อนการเผยแพร่หรือแบ่งปันข้อมูล เพื่อลดการเผยแพร่ข่าวปลอม ที่ผ่านมา รัฐบาลกัมพูชาพบว่าประชาชนจำนวนมากเสี่ยงเผชิญภัยคุกคามจากการเผยแพร่ข่าวปลอม และเมื่อ มกราคม – มิถุนายน 2569 จำนวนข่าวปลอมที่เผยแพร่ในแพล็ตฟอร์มต่าง ๆ ก็เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 30 ทำให้สังคมกัมพูชาเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น รัฐบาลจึงต้องเร่งรณรงค์กิจกรรม “Say No to Fake News”ทั่วประเทศ
เมื่อปี 2568 กัมพูชาเผชิญเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข่าวปลอมประมาณ 4,000 กรณี ส่วนระหว่าง มกราคม – มิถุนายน 2569 มีเหตุการณ์ข่าวปลอมมากกว่า 2,000 กรณี สะท้อนว่าแนวโน้มการเผยแพร่ข่าวปลอมจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง







