![]()

กัมพูชาเร่งดึงดูดการลงทุนจากมหาอำนาจทั้งจีนและสหรัฐฯ ซึ่งนอกจากจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศแล้ว ยังเป็นการส่งสัญญาณว่า กัมพูชาก็ให้ความสำคัญกับสหรัฐฯ ที่กำลังก้าวเข้ามามีอิทธิพลในกัมพูชามากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องการรักษาความใกล้ชิด และอิทธิพลจีนไว้ ทั้งนี้ จีนเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในกัมพูชา โดยมีมูลค่าการลงทุนกว่าร้อยละ 50 ของการลงทุนต่างชาติทั้งหมดในกัมพูชา และในช่วง 6 เดือนแรก (มกราคม-มิถุนายน) ของปี 2569 มีมูลค่าการลงทุน 4,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่สหรัฐฯ ลงทุนในกัมพูชาไม่มากนัก
ในการเยือนจีน ระหว่าง 15-17 กรกฎาคม 2569 และเข้าร่วมประชุม World Artificial Intelligence Conference ที่นครเซี่ยงไฮ้ สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชานอกจากได้พบกับผู้นำจีน ยังพบกับนักธุรกิจระดับสูง เพื่อดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศ โดยรัฐบาลกัมพูชาแถลงผลการเยือนของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่าบริษัทจีนหลายภาคส่วนสนใจจะลงทุนในกัมพูชา เช่น บริษัทด้าน AI ด้านพลังงานสีเขียว และการผลิตขั้นสูง ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของกัมพูชาขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีได้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งจะช่วยเพิ่มโอกาสจ้างงาน และทำให้แรงงานกัมพูชามีทักษะมากขึ้นในการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และทำให้กัมพูชาส่งออกสินค้าที่ผลิตจากภายในประเทศมากขึ้น
กัมพูชายังจะเปิดรับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจากจีน โดยบริษัท China Railway Construction Corporation (CRCC) จะเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในกัมพูชาทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงทั่วกัมพูชาในทางกายภาพ และเพื่อรองรับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอีกด้วย ขณะที่ บริษัทChina Energy International Group สนใจลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน และพลังงานสะอาด ส่วนบริษัท China Machinery Engineering Corporation (CMEC) จะลงทุนด้าน LNG ที่เกาะกง และขยายลงทุนไปสาขาด้านการเกษตรด้วย นอกจากนี้ ยังมีบริษัทจีนอีกหลายบริษัทเข้าไปลงทุนในกัมพูชาเพิ่มขึ้น
ขณะที่สหรัฐฯ ก็มุ่งขยายการลงทุนเพิ่มในกัมพูชา ควบคู่ไปกับเรียกร้องให้กัมพูชาจริงจังในการกวาดล้างแสกมเมอร์ เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคด้านการลงทุน ซึ่งประธานสภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐฯ ( US-ASEAN Business Council-US-ABC) ที่นำบริษัทสหรัฐฯ เยือนกัมพูชาเมื่อ 22 กรกฎาคม 2569 ให้คำมั่นกับกัมพูชาว่า นักลงทุนสหรัฐฯ สนใจที่จะลงทุนมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งในสาขาสุขภาพ ซึ่งจะสอดรับกับความตกลงที่สหรัฐฯ และกัมพูชาได้ลงนาม เมื่อต้นเมษายน 2569 ในการพัฒนาระบบสุขภาพของกัมพูชาให้แข็งแกร่ง ในช่วง 5 ปี มูลค่า 36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่น เพิ่มการป้องกันการระบาดของโรค และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านสาธารณสุขระหว่างกัน
ประธานสภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐฯ ยังเห็นว่านักธุรกิจสหรัฐฯ ในใจที่จะลงทุนในสาขาอื่น ๆ ด้วย เช่น การเข้าเป็นหุ้นส่วนการผลิตเสื้อผ้า รองเท้า และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งภาคการเงินและเทคโนโลยี แต่ก็เรียกร้องให้กัมพูชาเดินหน้ากวาดล้างสแกมเมอร์ เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อความเชื่อมั่นของนักธุรกิจสหรัฐฯ ที่จะเข้าไปลงทุนในกัมพูชา ทั้งนี้ สมเด็จฯ ฮุน มาแนต ที่ได้พบกับประธานสภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐฯ ยืนยันการเดินหน้าในการปราบปรามกลุ่มสแกมเมอร์ของรัฐบาล ควบคู่ไปกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลดลงทุน เช่น ในเรื่องภาษี และความโปร่งใส
———







