![]()

สื่อมวลชนต่างประเทศเมื่อ 28 กรกฎาคม 2569 รายงานว่าอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอของโอมาน ที่จะบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซร่วมกัน โดยให้เหตุผลว่าโอมานเสนอแผนการที่เป็นไปไม่ได้ พร้อมวิจารณ์ว่าสหรัฐฯ กับซาอุดีอาระเบีย อยู่เบื้องหลังและกดดันอิหร่านให้จัดทำข้อเสนอดังกล่าว เพื่อขยายบทบาทและมีอิทธิพลเหนือการควบคุมเส้นทางเดินเรือที่สำคัญของโลก ทั้งนี้ ท่าทีของอิหร่านมีขึ้นหลังจากอิหร่านจัดทำและเสนอข้อตกลงชั่วคราวเพื่อบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซให้โอมานเช่นกัน
มีรายงานว่าอิหร่านเสนอแผนบริหารร่วมที่แตกต่างจากโอมาน โดยอิหร่านจะมีอำนาจมากกว่า เพราะเรือทุกลำที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ต้องผ่านเส้นทางที่เป็นน่านน้ำของอิหร่านเท่านั้น ต่างกับแผนของโอมานที่เสนอให้ 2 ประเทศแบ่งน่านน้ำในช่องแคบดังกล่าว 50/50 หรือสัดส่วนเท่ากัน เหมือนรูปแบบการบริหารจัดการช่องแคบมะละการ่วมกันของอินโดนีเซีย มาเลเซียและสิงคโปร์
ประเด็นการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ เป็นกรณีสำคัญต่อทิศทางความมั่นคงในตะวันออกกลาง เนื่องจากเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ความมั่นคงของอิหร่าน ความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือ และเส้นทางขนส่งน้ำมันของโลก นอกจากนี้ กรณีอิหร่านปฏิเสธแผนการบริหารร่วมของโอมาน สะท้อนว่าอิหร่านยืนยันต้องการเปลี่ยนแปลงสถานะ (status quo) ในเส้นทางเดินเรือ โดยจะไม่แบ่งน่านน้ำดังกล่าวตามเดิมที่ก่อนเกิดสงคราม หรือตาม Traffic Separation Scheme (TSS) แผนแบ่งแนวจราจรทางน้ำในบริเวณที่มีเรือหนาแน่น หรือมีอุปสรรคอันตราย และอาจบ่งชี้ว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยังไม่มีเสถียรภาพต่อไป และอิหร่านจะยังไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นเส้นทางเดินเรือตามปกติ หากไม่ได้สิทธิในการบริหารจัดการเหนือช่องแคบฮอร์มุซ







