![]()

ข้อเรียกร้องของอิหร่านล่าสุดที่จะให้สหรัฐฯ ดำเนินการ จะไม่เป็นผลดีต่อการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากสหรัฐฯ จะไม่ดำเนินการตามอย่างแน่นอน ซึ่งหากยอมตามข้อเรียกร้อง เท่ากับสหรัฐฯ แพ้ในสงครามอิหร่าน ทั้งนี้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ยืนยันเมื่อ 9 สิงหาคม 2569 จะยังคงมาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป จนกว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของอิหร่าน ได้แก่ ยุติสงคราม ยกเลิกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และอายัดทรัพย์สิน รวมทั้งชดเชยความเสียหายจากสงคราม พร้อมเน้นย้ำว่า อิหร่านจะยังคงรักษาการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากสหรัฐฯ จะไม่ดำเนินการตามความต้องการของอิหร่านแล้ว ก่อหนน้านี้ กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ยังประกาศเมื่อ 7 สิงหาคม 2569 อายัดทรัพย์สินบริษัทบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายที่สนับสนุน IRGC ที่ทำธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัล เช่น นาย Siavash Kayvanpour ชาวอิหร่านที่ถือสัญชาติโดมินิกาและอัฟกานิสถาน ซึ่งดำเนินการบริษัท SHPS Shelbit ที่ให้บริการ Shelbit Exchange ในจอร์เจีย ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ตรวจพบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่างบัญชีที่เชื่อมโยงกับ IRGC และ Shelbit Exchange รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ดี อิหร่านเชื่อว่าได้เปรียบสหรัฐฯ ในเรื่องช่องแคบฮอร์มุช เพราะใกล้บรรลุข้อตกลงกับโอมาน เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยอิหร่านย้ำว่า เรือจะสามารถเข้าสู่ช่องแคบทางฝั่งอิหร่าน และออกทางฝั่งโอมาน ซึ่งจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียม พร้อมกับอ้างว่าข้อตกลงดังกล่าวได้รับการรับรองจากประเทศรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) และคาดว่าจะมีการประกาศร่วมกันโดยอิหร่าน โอมาน สหรัฐฯ และคณะมนตรีองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) แต่ก็มีข้อเสนอจากรัฐสภาอิหร่านว่า ห้ามเรือจากประเทศที่เป็นศัตรูหรือสร้างความเสียหายให้อิหร่านแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จนกว่าจะมีการชดเชยความเสียหายซึ่งก็หมายถึงสหรัฐฯ







