![]()

การจะกลับมามีเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำราชธานีพนมเปญอีกครั้งในรอบกว่า 2 ปี เป็นความสำเร็จของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีสมเด็จฯ ฮุนมาเน็ต ที่น่าจะมีเป้าหมายใช้ความใกล้ชิดทางการทูตกับสหรัฐฯ สะท้อนภาพลักษณ์ในเชิงบวกของกัมพูชาต่อเวทีระหว่างประเทศ เพิ่มจากที่กลับมาใกล้ชิดทางการทหาร การลงทุน และการค้าระหว่างกันก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันก็ตอกย้ำว่า สหรัฐฯ ในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เห็นความสำคัญของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีสมเด็จฯ ฮุนมาเน็ต
วุฒิสภาสหรัฐฯ ให้ความเห็นชอบ เมื่อ 7 สิงหาคม 2569 ให้นายคริสโตเฟอร์ แอนเดอร์สันดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำราชธานีพนมเปญ ต่อจากนายแพทริค เมอร์ฟีย์ ที่สิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง เมื่อ มีนาคม 2567 ขณะที่นายโรเบิร์ต วิลเลียม ฟอร์เดน ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนี้เป็นครั้งที่ 2 เมื่อปี 2567 ในสมัยอดีตประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนก็ไม่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ของวุฒิสภาสหรัฐฯ
คำชี้แจงของนายแอนเดอร์สัน ที่ทำให้คณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ของวุฒิสภาสหรัฐฯ พอใจเมื่อ 16 กรกฎาคม 2569 จนนำไปสู่ความเห็นชอบของวุฒิสภาให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำราชธานีพนมเปญ นั้น ก็คือ การให้คำมั่นของนายแอนเดอร์สันที่จะให้ความสำคัญอันดับแรกกับกวาดล้างเครือข่ายออนไลน์ และเครือข่ายอาชญากรรมที่มีความเชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์ และการบังคับใช้แรงงาน รวมทั้งจะให้ความสำคัญกับประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีการกดขี่ และจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง
นายแอนเดอร์สัน ยังจะความสำคัญกับการคุ้มครองชาวอเมริกัน และขยายโอกาสด้านเศรษฐกิจ จากที่สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของกัมพูชา และรวมทั้งมีข้อตกลงที่เรียกว่า Agreement on Reciprocal Trade เปิดโอกาสการค้าและการลงทุนให้กับนักธุรกิจชาวอเมริกัน ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มการเกี่ยวพันกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สอดรับกับยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ ทั้งนี้ ปัจจุบันกัมพูชาเป็นประเทศผู้ประสานงานสหรัฐฯ-อาเซียน
ในการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ของวุฒิสภาสหรัฐฯ นายแอนเดอร์สันได้ส่งสัญญาณความใกล้ชิดที่แนบแน่นระหว่างกัมพูชากับสหรัฐฯ ที่มีมากกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา เช่น ด้านการทหารที่มีการแวะเทียบท่าของฐานทัพเรือเรียมของเรือรบสหรัฐฯ และการที่ประธานาธิบดีนัลด์ ทรัมป์ที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยการเจรจาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา นับเป็นการเปิดความสัมพันธ์ยุคใหม่กับรัฐบาลสมเด็จฯ ฮุนมาเน็ต นอกจากนี้ เมื่อเมษายน 2569 สหรัฐฯ ยังลงนามในบันทึกความเข้าใจให้ความช่วยเหลือกัมพูชาด้านสาธารณสุข ระยะเวลา 5 ปี มูลค่า 36.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่ชื่อว่า America First Global Health Strategy







