![]()

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงตึงเครียดต่อเนื่อง ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 23 สิงหาคม 2569 ว่า จะใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจทุกรูปแบบเพื่อเพิ่มแรงกดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขยุติสงคราม รวมทั้งเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศที่ปลอดภัย ด้านอิหร่านตอบโต้ว่าหากสหรัฐฯ จะทำสงครามเศรษฐกิจ (economic war) กับอิหร่าน ทั่วโลกจะต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำมัน เนื่องจากอิหร่านจะปิดช่องทางขนส่งน้ำมันจากอ่าวอาหรับทั้งหมด และไม่อนุญาตให้มีการขนส่งหรือส่งออก “น้ำมันสักหยดเดียว” ออกจากกลุ่มประเทศรอบอ่าว นอกจากนี้ อิหร่านจะเหมารวมว่าประเทศที่สนับสนุนมาตรการทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เป็นศัตรูของอิหร่านด้วย ตลอดจนมีมุมมองว่าการใช้มาตรการทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือในการทำสงคราม
ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านประเมินว่าอิหร่านอาจดำเนินยุทธศาสตร์ 3 ขั้นตอน เพื่อรับมือกับมาตรการทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยอันดับแรก จะให้ความสำคัญกับการเจรจาหารือกับประเทศอื่น ๆ ที่มีแนวโน้มจะร่วมมือกับสหรัฐฯ กดดันอิหร่าน โดยอิหร่านจะโน้มน้าวให้ประเทศกลุ่มดังกล่าวไม่ร่วมมือกับสหรัฐฯ แลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ด้านน้ำมันและพลังงาน รวมทั้งความปลอดภัยการเดินเรือทั้งในช่องแคบฮอร์มุซ และเส้นทางอื่น ๆ ส่วนยุทธศาสตร์ขั้นตอนอื่น ๆ ของอิหร่านเพื่อปฏิบัติการเชิงรุกและป้องปรามภัยคุกคาม ได้แก่ การชิงความได้เปรียบก่อน (preemption) และการโจมตีแบบไม่เป็นสัดส่วน (disproportionate retaliation) เพื่อทำให้ประเทศอื่น ๆ เชื่อว่าจะได้รับผลกระทบจริง หากแสดงท่าทีที่ไม่เป็นผลดีต่อความมั่นคงของอิหร่าน
สถานการณ์ที่ตึงเครียดทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่โอมาน เป็นประเทศที่ยังคงติดต่อโดยตรงกับอิหร่านได้ พยายามผ่อนคลายความขัดแย้ง ด้วยการส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนอิหร่าน เน้นหารือประเด็นการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซโดยเฉพาะ เนื่องจากอิหร่านยอมรับบทบาทการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ ร่วมกับโอมานเท่านั้น ไม่เปิดรับบทบาทของประเทศที่ 3 พร้อมยังคงยืนยันว่าอิหร่านจะเก็บค่าธรรมเนียมเดินเรือ เพื่อใช้ฟื้นฟูประเทศหลังเผชิญสงครามกับสหรัฐฯ
รัฐบาลอิหร่านยังเตรียมพร้อมรับมือกับมาตรการของสหรัฐฯ รวมทั้งแรงกดดันจากภายในประเทศ เนื่องจากปัจจุบัน ผลกระทบจากสงครามที่ยืดเยื้อทำให้ประชาชนอิหร่านเผชิญปัญหาสินค้าราคาสูง แม้ว่ารัฐบาลอิหร่านจะใช้มาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันมาโดยตลอด แต่มาตรการดังกล่าวอาจไม่สามารถใช้ต่อไปได้ในระยะยาว ทำให้ในอนาคตอันใกล้ อิหร่านจะเสี่ยงเผชิญแรงกดดันจากประชาชนที่ไม่พอใจนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งเคยเป็นประเด็นที่ทำให้ประชาชนชาวอิหร่านรวมตัวกันชุมนุมประท้วงรัฐบาลแล้วหลายครั้ง







