![]()

โปแลนด์และยูเครนเมื่อ 13 กันยายน 2569 กล่าวโทษรัสเซียว่าทำให้สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคยุโรปตึงเครียดขึ้น จากเหตุรัสเซียใช้โดรนโจมตีสถานีรถไฟ Yahodyn เมืองทางภาคตะวันตกของยูเครน ติดกับบริเวณพรมแดนโปแลนด์ แม้ว่าการโจมตีดังกล่าวจะไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ แต่โปแลนด์และยูเครนเห็นว่าเป็นการยั่วยุทางทหารและความมั่นคงอย่างมาก เนื่องจากการโจมตีเกิดขึ้นบริเวณพรมแดน และยังเกิดขึ้นหลังจากขบวนรถไฟของอดีตผู้นำสหราชอาณาจักร เจ้าหน้าทีระดับสูงของสหภาพยุโรป และอดีตผ็อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ (CIA) เดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว จากสถานีรถไฟในเมือง Yahodyn เพื่อไปยังสถานี Dorohusk ในโปแลนด์ หลังเสร็จสิ้นการประชุม Yalta European Strategy (YES) ในกรุงเคียฟ เท่ากับว่ารัสเซียอาจมีเจตนาข่มขู่และคุกคามความมั่นคงของสหภาพยุโรป
ยูเครนแจ้งเตือนให้ผู้โดยสารบนรถไฟดังกล่าวอพยพได้ล่วงหน้าการโจมตีประมาณ 15 นาที ทำให้สามารถควบคุมความสูญเสียได้ อย่างไรก็ดี ยูเครนกล่าวโทษรัสเซียว่าตั้งใจทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือน เป็นการปฏิบัติการทางทหารที่โหดร้ายและป่าเถื่อน พร้อมกันนี้ ผู้นำยูเครนใช้เหตุการณ์ครั้งนี้เรียกร้องให้นานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐฯ สนับสนุนระบบสกัดกั้นและป้องกันประเทศให้ยูเครนโดยเร็ว เนื่องจากปัจจุบันรัสเซียเปลี่ยนยุทธวิธีไปใช้โดรนและขีปนาวุธที่มีความเร็วสูง เพื่อทำลายเป้าหมายในยูเครนมากขึ้น จากเดิมที่เน้นปฏิบัติการภาคพื้นดินในพื้นที่ภาคตะวันออกของยูเครน
รัฐบาลโปแลนด์จัดการประชุมฉุกเฉินด้านความมั่นคงทันทีหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมเตือนว่าปฏิบัติการของรัสเซียอาจทำให้ความขัดแย้งขยายขอบเขตจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ไปเป็นสงครามรัสเซีย-สหภาพยุโรปและเนโต หากรัสเซียไม่ระมัดระวังและควบคุมการปฏิบัติการทางทหาร ก่อนหน้านี้ เมื่อต้น กันยายน 2569 เยอรมนีเปิดเผยว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังเหตุโดรนโจมตีท่าอากาศยานในเมือง Leipzig เมื่อ สิงหาคม 2569 รวมทั้งมีรายงานว่ารัสเซียส่งโดรนไปปฏิบัติการลาดตระเวนเหนือน่านฟ้าของอิตาลี และเอสโตเนีย ดังนั้น สถานการณ์ปัจจุบันมีแนวโน้มทำให้ประเทศยุโรปไม่ไว้วางใจท่าทีของรัสเซียมากขึ้น รวมทั้งอาจเพิ่มความร่วมมือเพื่อป้องกันการปฏิบัติการทางทหารจากรัสเซีย







