![]()

นาย John Moolenaar ประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรองด้านจีน และนาย Brian Mast สมาชิกคณะกรรมาธิการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ยื่นเอกสารต่อรัฐมนตรีว่าการกกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อ 15 กันยายน 2569 ให้พิจารณาอายัดทรัพย์สินบุคคลจำนวน 28 ราย ที่มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจหลอกลวงออนไลน์ ภายใน 180 วัน (มีคนไทย 1 คน คือนายนายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง) พร้อมระบุว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ กัมพูชา เมียนมา และลาว เป็นแหล่งหลอกลวงออนไลน์ที่ทำความเสียหายให้กับชาวอเมริกัน รวมทั้งเป็นแหล่งอาชญากรรมข้ามชาติที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน
เอกสารดังกล่าวระบุด้วยว่าเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติชาวจีนดำเนินกิจการดังกล่าวในทั้ง 3 ประเทศ และมีแนวโน้มหลอกลวงชาวอเมริกันทางออนไลน์มากขึ้น เช่น โน้มน้าวให้ลงทุนในเงินสกุลคริปโตด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น romance scam กลุ่มคนพวกนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ รวมทั้งจะถูกบังคับ กดขี่ ทรมาน ให้ทำการหลอกลวงชาวอเมริกัน คนที่หลอกลวงกลุ่มนี้คาดว่าจะมาจาก 70 ประเทศทั่วโลก และมีประมาณ 400,000 ราย ทั้งนี้ มีการประเมินไว้ว่า รายได้จากของเครือข่ายกลุ่มอาชญกรรมออนไลน์ คิดเป็นเกือบร้อยละ 40 ของ GDP ของประเทศอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงรวมกัน
ปัญหาการคอร์รัปชันในประเทศดังกล่าวยังเป็นปัจจัยให้ธุรกิจหลอกลวงออนไลน์ในกัมพูชา เมียนมา และลาวเดินหน้าต่อไปได้ เนื่องจากทำให้เจ้าหน้าที่ละเลยการบังคับใช้กฎหมาย เช่น ในเมียนมา แม้จะมีการกวาดล้างอย่างหนักในเขตชเวโก๊กโก่ และKK Parks ติดกับชายแดนไทย ก็มีรายงานว่ามีการกลับมาทำธุรกิจหลอกลวงใหม่อีกถึง 25 แห่ง เช่นเดียวกับในกัมพูชาที่มีการกลับมาทำกิจกรรม และตั้งแหล่งหลอกลวงออนไลน์อีก หลังจากร่วมมือกับสหรัฐฯ และจีนกวาดล้างธุรกิจหลอกลวงออนไลน์ครั้งใหญ่ นอกจากนี้ ยังเห็นว่ารัฐบาลกัมพูชาไม่มีความพยายามอย่างเพียงพอที่จะกวาดล้างธุรกิจนี้ และไม่สามารถช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์จากธุรกิจนี้ได้เช่นกัน ขณะที่รัฐบาลกัมพูชามีรายได้จากธุรกิจหลอกลวงออนไลน์นี้ ประมาณร้อยละ 60 ของ GDP ของประเทศ
นาย Moolenaar และนาย Mast ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนของพรรครีพับลิกันจากรัฐมินเนโซตา และรัฐฟลอริดาน่าจะใช้การยื่นเอกสารครั้งนี้ เป็นผลงานของตนเองที่ไว้ใช้หาเสียงกับชาวอเมริกันในรัฐของตนว่าให้ความจริงจังในการปกป้องผลประโยชน์ของชาวอเมริกันจากการถูกลอกลวงออนไลน์ เพราะใกล้จะถึงการเลือกตั้งทั่วไป กลางสมัยของสหรัฐฯ ในต้น พฤศจิกายน 2569 ซึ่งในเอกสารดังกล่าวได้ชื่นชมในเอกสารว่ารัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่ามีนโยบายจริงจังในการกวาดล้างธุรกิจหลอกลวงออนไลน์ในประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เครือข่ายอาชญากรรมชาวจีนอยู่เบื้องหลังการทำธุรกิจด้วย







