![]()

สงครามกลางเมืองในซูดาน และความขัดแย้งในเอธิโอเปียที่เสี่ยงขยายขอบเขตและตึงเครียดขึ้น ทำให้ผู้นำ 4 ประเทศในแอฟริกา ได้แก่ อียิปต์ เอริเทรีย โซมาเลีย และซูดาน ร่วมกันออกถ้อยแถลงเมื่อ 4 ตุลาคม 2569 เรียกร้องให้คู่ขัดแย้งในสถานการณ์ดังกล่าวยุติการให้ความรุนแรง ลดการปะทะด้วยอาวุธ และใช้กลไกการเมือง รวมทั้งการเจรจาแก้ไขปัญหา เพื่อป้องกันไม่ให้ความตึงเครียดขยายตัวในภูมิภาค ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นในห้วงที่ผู้นำของทั้ง 4 ประเทศเดินทางไปพบหารือและประชุมในกรอบ African Union ที่อียิปต์ ขณะที่รัฐบาลเอธิโอเปียกล่าวหาว่าอียิปต์ เอริเทรียและซูดาน อยู่เบื้องหลังกองกำลังติดอาวุธที่ต่อต้านรัฐบาล
ท่าทีของ 4 ประเทศในแอฟริกาเป็นการส่งสัญญาณว่าทั้ง 4 ประเทศไม่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนกองกำลังต่อต้านรัฐบาลในเอธิโปเปีย รวมทั้งย้ำจุดยืนสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยการเจรจาและกลไกการเมือง สำหรับสถานการณ์สงครามกลางเมืองในเอธิโอเปียและซูดาน มีแนวโน้มรุนแรงและตึงเครียดขึ้นตั้งแต่ 23 กันยายน 2569 เนื่องจากกองกำลังติดอาวุธของทั้ง 2 ประเทศปฏิบัติการต่อสู้ปะทะกับกองทัพฝ่ายรัฐบาล ขณะที่ทั้ง 2 ประเทศ ต่างฝ่ายต่างกล่าวโทษกันว่าพยายามแทรกแซงและสนับสนุนกลุ่มต่อต้านเพื่อบ่อนทำลายความมั่นคงทางการเมืองของประเทศเพื่อนบ้าน
ปัจจุบัน กองทัพของรัฐบาลเอธิโอเปียเป็นฝ่ายได้เปรียบในการต่อสู้กับกลุ่มกองกำลังต่อต้านรัฐบาล 7 กลุ่ม โดยรัฐบาลเอธิโอเปียประกาศว่าสามารถยึดพื้นที่เมือง Mekelle ในภูมิภาคทิเกรย์คืนจากกลุ่ม Tigray People’s Liberation Front (TPLF) ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มได้ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศเพื่อนบ้านของเอธิโอเปีย โดยเฉพาะเอริเทรีย วิตกว่ารัฐบาลและกองทัพเอธิโอเปียจะขยายขอบเขตการโจมตีไปยังประเทศตนเอง เพื่อสร้างทางออกไปยังทะเลแดง เนื่องจากเอธิโอเปียเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล (landlocked) ความกังวลของเอริเทรียทำให้นานาชาติให้ความสนใจพัฒนาการสถานการณ์ในแอฟริกา เนื่องจากอาจเป็นจุดขัดแย้งระหว่างประเทศแห่งใหม่ และอาจซ้ำเติมความรุนแรงในซูดาน ที่ยังมีสงครามกลางเมืองต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566







