![]()

เมื่อปี 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจนครนิวยอร์ก (New York Police Department) หรือที่รู้จักกันว่าNYPD ซึ่งแฝงตัวอยู่บนโลกออนไลน์ ทักข้อความไปหาชายในฉนวนกาซาที่กำลังเปิดรับบริจาค ชายคนนั้นแนะนำให้ไปคุยกับคนของเขาในรัฐลุยเซียนา โดยไม่รู้เลยว่าอีกฝั่งของหน้าจอคือตำรวจ การส่งต่อครั้งนั้น เป็นจุดเริ่มของคดีที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 2 ตุลาคม 2569 และเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดไล่ตาม และลากยาวข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก เชื่อมไปถึงสมาคมการกุศลเล็ก ๆ สองแห่งในฝรั่งเศส เพื่อตัดเส้นทางการเงินของกลุ่มฮะมาส
ชายในฉนวนกาซาคนนั้นชื่อ Saleem Alzaq อายุ 45 ปี เป็นรองผู้บังคับกองพันในกองกำลังอัลก็อสซาม (the Al-Qassam Brigades) กลุ่มติดอาวุธของฮะมาส และทำงานอยู่ฝ่ายภาพถ่ายของสำนักสื่อประจำกองพลชูญาอียะฮ์ ซึ่งสำนักนี้ เป็นหน่วยโฆษณาชวนเชื่อหนึ่งของกลุ่มฮะมาส งานประจำของนาย Alzaq คือถือกล้อง ตามถ่ายกิจกรรมของผู้นำระดับสูงอย่าง Ismail Haniyeh และ Yahya Sinwar แล้วกระจายภาพเหล่านั้นเข้าสู่เครือข่ายโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่ม พูดง่าย ๆ คือเขาเป็นคนทำคอนเทนต์ และคนทำคอนเทนต์ที่รู้ว่าภาพแบบไหนทำให้คนเกิดความรู้สึกว่าต้องโอนเงินให้
นาย Alzaq เริ่มระดมทุนข้ามประเทศ รวมทั้งจากชาวอเมริกันให้กับกลุ่มฮะมาส ตั้งแต่ประมาณ มกราคม 2563 ผ่านแคมเปญบนโซเชียลมีเดียที่บอกว่าเป็นความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่คนในฉนวนกาซา แต่เงินกลับถูกส่งต่อให้กลุ่มฮะมาส รวมแล้วมากกว่า 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขนี้ไม่ได้มากเมื่อเทียบกับงบประมาณขององค์กรติดอาวุธ สิ่งที่ทำให้คดีน่าสนใจ และสหรัฐฯ ต้องไล่ติดตามช่องทางการเงิน คือ “วิธีการ” เพราะแทบไม่มีอะไรในนั้นที่คนเล่นโซเชียลจะไม่คุ้น
คนที่นาย Alzaq ส่งตำรวจไปหา จนสามารถจับกุมเครือข่ายของนาย Alsaq เพิ่ม คือนาย Abdel Adhami อายุ 45 ปี และ นาย Omar Adhami อายุ 33 ปี จากเมืองโควิงตัน รัฐลุยเซียนา ด้วยการใช้บัญชี Snapchat หลายบัญชี โพสต์เนื้อหาของกลุ่มฮะมาส และชวนคนบริจาค จากนั้นพาผู้ติดตามย้ายไปคุยต่อใน Telegram และยังขอรับเงินผ่าน Instagram ก่อนส่งทั้งหมดให้นาย Alzaq สำหรับ ตั้งแต่ กุมภาพันธ์ 2564 -กันยายน 2569 นาย Abdel และนาย Abdel สามารถระดมทุน และโอนเงินให้นาย Alzaq ประมาณ 94,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ 11,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ
รายละเอียดตอนหนึ่งในสำนวนของนาย Omar ที่เป็นเครือข่ายของนาย Alzaq ที่ชวนให้คิดต่อ ครั้งหนึ่งเขาโอนเงินพร้อมขอให้เชือดแกะหรือแพะสักตัวเพื่อแจกคนยากจนในฉนวนกาซา ซึ่งฟังดูเป็นการทำบุญธรรมดาที่สุด ผู้ต้องหาอีกคนคือนาย Raed Yousef วัย 56 ปี เจ้าของร้านขายผลิตภัณฑ์เสริมความงามในรัฐฟลอริดา ถูกกล่าวหาว่าส่งเงินเกือบ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้กับเครือข่ายทางการเงินของกลุ่มฮะมาส คำฟ้องระบุว่าคนที่ชวนเขาคือผู้ร่วมขบวนการในรัฐลุยเซียนา ซึ่งบอกตรง ๆ ว่าเงินไปถึงทั้งพลเรือนและสมาชิกกลุ่มฮะมาส
,
กรณีนาย Alzaq ในสหรัฐฯ ที่ถูกเปิดโปงขึ้นส่งผลข้ามไปถึงฝรั่งเศส ทำให้ฝรั่งเศสสามารถจับกุมนาย Faouzi Barika นาย Amel Oualid แต่ที่นี่ใช้องค์กรการกุศลเป็นช่องทางระดมทุนให้กับกลุ่มฮะมาส โดยนาย Faouzi Barika อายุ 35 ปี ตั้งสมาคม Baraka ขึ้นในจังหวัดฌีรงด์ เมื่อปี 2566 ส่วนนาย Amel Oualid อายุ 39 ปี ตั้งสมาคม Ensemble C Mieux ในจังหวัดลัวร์ เมื่อปี 2567 ทั้งนี้ นาย Faouzi Barika นาย Amel Oualid ส่งเงินคริปโต มูลค่าหลายแสนดอลลาร์ให้ Alzaq ขณะที่ Alzaq ช่วยโปรโมตบัญชีรับบริจาคของสองสมาคมบนช่องทางของตัวเอง ยอดรวมช่วงปี 2563-2569 มากกว่า 2 ล้านดอลลาร์ โดย 1.5 ล้านดอลลาร์เข้ามาหลังเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2566
ฝรั่งเศสติดตาม และเฝ้าดูเรื่องที่ใช้ฝรั่งเศสเป็นฐานระดมทุนให้กับกลุ่มฮะมาส ก่อนที่หน่วยข่าวกรองความมั่นคงภายใน (DGSI) จะควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 6 คน เมื่อ 29 กันยายน 2569 และตั้งข้อหาสนับสนุนทางการเงินแก่องค์กรก่อการร้าย ยักยอก และฟอกเงิน ทั้งหมดปฏิเสธข้อกล่าวหา
เมื่อเอาทุกชิ้นมาต่อกัน จะเห็นเส้นทางเงินที่ระดมทุนให้กับกลุ่มฮะมาสที่สั้นมาก เริ่มตั้งแต่โพสต์บนแพลตฟอร์มเปิดดึงคนเข้ามา ในแชตปิดใช้คุยรายละเอียด ใช้สมาคมที่จดทะเบียนในยุโรปเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แล้วเงินคริปโตพาเงินข้ามพรมแดนไปถึงมือคนคนเดียวในฉนวนกาซา ไม่มีมูลนิธิใหญ่ ไม่มีธนาคารตัวกลางที่จะสะดุดตา โครงสร้างแบบนี้ตั้งขึ้นได้ในไม่กี่สัปดาห์โดยแทบไม่มีต้นทุน และแทบไม่ต่างจากแคมเปญระดมทุนออนไลน์ที่เราเลื่อนผ่านกันทุกวัน นั่นคือเหตุผลที่คดีนี้ไม่ได้ถูกเปิดด้วยการไล่ดูเส้นทางการเงินที่ผ่านสถาบันการเงินทั่วไป แต่เป็นการทำงานร่วมกันของหลาย ๆ ฝ่าย โดย NYPD บอกว่านักวิเคราะห์ข่าวกรองของหน่วยพบเครือข่ายนี้ จากการนั่งอ่าน นั่งตาม และเข้าไปคุย และทำงานร่วมกับหน่วยในประเทศ และต่างประเทศ เช่น กรณีทำงานร่วมกับหน่วยบังคับใช้กฎหมายชองฝรั่งเศส
ส่วนที่ยากที่สุดของคดีนี้ยังอยู่ที่คนโอนเงินที่เชื่อว่าตัวเองกำลังช่วยเหลือให้กับคนที่ฉนวนกาซาด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม จึงมองคนกลุ่มนี้เป็นผู้เสียหาย แต่การที่นาย Alzaq และเครือข่ายถูกสหรัฐฯ จับกุมครั้งนี้ ในข้อหาสนับสนุนองค์กรก่อการร้าย ที่มีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี ซึ่งในการตัดสินพิจารณาคดี ศาลจะต้องชี้ว่าใครอยู่ฝั่งไหน จากสิ่งที่แต่ละคนพิมพ์ไว้ในแชต สำหรับคนทั่วไป บทเรียนที่ใกล้ตัวกว่านั้นคือ เมื่อปลายทางของเงินบริจาคเป็นกระเป๋าคริปโตหรือบัญชีของบุคคลในพื้นที่สู้รบ เราแทบไม่มีทางรู้เลยว่าเงินจบที่ใคร แต่ไม่ว่าคำพิพากษาจะออกมาอย่างไร คดีนี้ก็ชี้ให้เห็นแล้วว่ากลุ่มฮะมาสไม่จำเป็นต้องส่งคนข้ามพรมแดนมาเลย เพราะเครือข่ายเงินและผู้สนับสนุนของกลุ่มถูกกล่าวหาว่าฝังตัวอยู่แล้วในเมืองเล็ก ๆ ของสหรัฐฯ และฝรั่งเศสจากกรณีของนาย Alzaq ที่เป็นศูนย์กลางหนึ่งในการระดมทุนเพื่อการสู้รบของกลุ่มฮะมาส







