![]()

ฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นประธานอาเซียนในปี 2569 ประกาศผลักดันและสนับสนุนความร่วมมือด้านความมั่นคงพลังงานไฟฟ้าในภูมิภาค ร่วมกับอินโดนีเซีย มาเลเซีย และบรูไน เพื่อเพิ่มพูนความมั่นคงด้านพลังงานในช่วงที่สถานการณ์ต่างประเทศไม่แน่นอน โดยหน่วยงานด้านพลังงานของฟิลิปปินส์ใช้การประชุมอาเซียนระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (AMEM44) ครั้งที่ 44 ที่กรุงมะนิลา เมื่อ 8 ตุลาคม 2569 ย้ำความมุ่งมั่นที่จะขยายความร่วมมือกับอีก 3 ประเทศข้างต้น เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายด้านการส่งออกพลังงานไฟฟ้าผ่านสายเคเบิลใต้น้ำที่มีคุณภาพสูงระหว่างกัน หรือข้อเสนอโครงการ BIMP-PIP Link
ข้อเสนอของฟิลิปปินส์ที่จะเร่งเพิ่มความร่วมมือกับสมาชิกอาเซียนอีก 3 ประเทศ จะเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการความร่วมมือทางพลังงานของอาเซียน ปี 2569-2573 และการพัฒนาโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid-APG) ที่มีเป้าหมายเชื่อมโยงระบบส่งไฟฟ้าข้ามพรมแดนของประเทศสมาชิก โดยจะเป็นข้อเสนอที่เพิ่มเติมจากโครงการซื้อ-ขายและการเชื่อมโยงโครงข่ายพลังงานไฟฟ้าระหว่างลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ หรือโครงการ LTMS-PIP ที่เริ่มต้นเมื่อปี 2565 ด้านผู้แทนสิงคโปร์ให้ความเห็นว่าการพัฒนาและขยายโครงข่ายพลังงานไฟฟ้าดังกล่าวจำเป็นต้องมีการหารือเรื่องกฎระเบียบและการดำเนินการที่สอดคล้องกัน โดยเฉพาะการติดตั้งเคเบิลใต้น้ำ ที่จะต้องมีการจัดหาเครื่องมือ การติดตั้ง การซ่อมบำรุง รวมทั้งการรักษาโครงสร้างพื้นฐานจากภัยคุกคาม และอันตรายต่าง ๆ
ฟิลิปปินส์ให้ความสำคัญกับความมั่นคงพลังงาน โดยเป็นประเทศสมาชิกอาเซียนแรกที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน หลังจากสหรัฐฯ ทำสงครามกับอิหร่านและส่งผลกระทบต่อการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อ กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับความมั่นคงพลังงานไฟฟ้าในฟิลิปปินส์ ปัจจุบันรัฐบาลต้องการยกระดับเครือข่ายการกระจายไฟฟ้าทั่วประเทศผ่านเคเบิลใต้น้ำ และเชื่อมโยงโครงการด้านพลังงานไฟฟ้าจากเกาะปาลาวันของฟิลิปปินส์ไปยังพื้นที่อื่น ๆ ได้แก่ รัฐซาราวักของมาเลเซีย เกาะกาลิมันตันตะวันตกของอินโดนีเซีย และบรูไน







