![]()

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 9 ตุลาคม 2569 ระบุว่าสหรัฐฯ จะไม่ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่าน ก่อนกำหนดการเลือกตั้งทั่วไป กลางสมัย ใน 3 พฤศจิกายน 2569 เพื่อรักษาบรรยากาศความมั่นคง นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังเปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ระหว่างพิจารณานโยบายต่ออิหร่าน ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ดังกล่าวน่าจะเพื่อควบคุมเสถียรภาพทางการเมืองและความเชื่อมั่นของชาวอเมริกันต่อรัฐบาล เนื่องจากประเด็นการทำสงครามกับอิหร่านกลายเป็นเรื่องที่นักการเมืองสหรัฐฯ ให้ความสำคัญและใช้ในการหาเสียงก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาพผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา
ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงเล็กน้อย และอาจเป็นผลดีต่อความคิดเห็นของชาวอเมริกันต่อผลงานรัฐบาลพรรครีพับลิกันด้านการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันและเงินเฟ้อในสหรัฐฯ และช่วยให้ชาวอเมริกันลงคะแนนเสียงให้พรรครีพับลิกันได้เสียงข้างมากในทั้งสองสภาต่อไป
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยในภูมิภาคตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน เนื่องจากอิหร่านยืนยันปิดช่องแคบฮอร์มุซและจะโจมตีเรือขนส่งสินค้าที่เดินเรือโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลเยเมนกับกลุ่มฮูษีก็ยังคงตึงเครียดต่อเนื่อง ส่งผลเสียต่อบรรยากาศด้านความมั่นคงในช่องแคบ Bab el-Mandeb ที่เป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญของภูมิภาคเช่นกัน
ส่วนความเคลื่อนไหวของอิหร่านที่สำคัญ ได้แก่ กรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุเมื่อปลาย กันยายน 2569 ว่าอิหร่านได้เสนอแผนการเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 7 วัน ให้สหรัฐฯ พิจารณาและยอมรับ โดยเป็นความเคลื่อนไหวเมื่อห้วงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ซึ่งอิหร่านพร้อมดำเนินการตามแผนดังกล่าวทันทีที่สหรัฐฯ ยอมรับข้อเสนอ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าอิหร่านเสนอแผนการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยสหรัฐฯ ต้องยินยอมถอนกำลังออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ต้องให้อิสราเอลยุติสงครามในเลบานอน และให้อิหร่านกับโอมานเก็บค่าธรรมเนียมผ่านเส้นทางเดินเรือ







