อิหร่านกล่าวโทษสหรัฐฯ -อิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

สถานการณ์ความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซและภูมิภาคตะวันออกกลางตึงเครียดสูงต่อเนื่อง แม้ว่าผู้นำสหรัฐฯ จะประกาศเมื่อ 21 เมษายน 2569 ขยายข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน แต่ฝ่ายอิหร่านเมื่อ 22 เมษายน 2569 เปิดเผยว่าสหรัฐฯ กับอิสราเอลยังคงละเมิดข้อตกลงหยุดยิง เช่น สหรัฐฯ ส่งกองเรือรบไปปิดกั้นการเดินเรือขนส่งของอิหร่าน ขณะที่อิสราเอลโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง ความเคลื่อนไหวด้านการทหารและพฤติกรรมข่มขู่ของฝ่ายศัตรู ทำให้อิหร่านไม่สามารถค้ำประกันความมั่นคงปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซได้ แม้ว่าอิหร่านจะต้องการเจรจาเพื่อควบคุมความขัดแย้งระหว่างประเทศ ท่าทีของอิหร่าน มีขึ้นในห้วงที่ผู้แทนสหรัฐฯ และอิหร่านจะเดินทางเยือนปากีสถาน เพื่อหาแนวทางเจรจารอบใหม่ และมีขึ้นในห้วงที่ทั่วโลกกังวลว่า สหรัฐฯ กับอิหร่านจะย้ายพื้นที่สงครามจากมาตุภูมิอิหร่านไปเป็นช่องแคบฮอร์มุซแทน ซึ่งจะทำให้ทั่วโลกได้รับผลกระทบรุนแรงมากขึ้น เพราะเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ แต่เสี่ยงอันตรายเนื่องจากมีการโจมตีจากคู่ขัดแย้ง โดยเมื่อ 22 เมษายน 2569 มีรายงานว่ากองทัพอิหร่านสกัดกั้นและยึดเรือขนส่งสินค้าของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ระหว่างเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยอิหร่านระบุว่าเรือดังกล่าวเดินทางโดยไม่ได้รับอนุญาต ปากีสถานเร่งประสานงานและใช้กลไกการทูตเพื่อให้เกิดการเจรจาโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม คาดว่าอิหร่านจะยังไม่เชื่อมั่นท่าทีและนโยบายของสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งและไม่แน่นอน เฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ที่คาดการณ์ยาก สาเหตุที่ทำให้อิหร่านไม่เชื่อมั่นในการกำหนดท่าทีของสหรัฐฯ เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นฝ่ายเริ่มการโจมตีอิหร่านก่อนทุกครั้ง ขณะที่ทั้ง 2 ประเทศอยู่ระหว่างการเจรจา รัฐบาลสหรัฐฯ อาจกำลังใช้ประโยชน์จากการที่ไม่กำหนดกรอบเวลาข้อตกลงหยุดยิงที่ชัดเจน ซึ่งเป็น 1 ในยุทธวิธีสร้างความคลุมเครือ เพื่อเพิ่มแรงกดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขการเจรจาสันติภาพ…

ยูเครนผลักดันการเจรจาระดับผู้นำ เพื่อยุติสงครามกับรัสเซีย

สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังมีการปะทะทางทหารและการโจมตีระหว่างกันต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่ได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศและทั่วโลกมากเท่าเหตุการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ปัจจุบัน ยูเครนเผชิญความยากลำบากที่จะต้านทานปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียมากขึ้น เนื่องจากยูเครนขาดงบประมาณสนับสนุน และที่สำคัญ คือ สหรัฐฯ ลดระดับความจริงจังและบทบาทที่จะผลักดันการเจรจาสันติภาพระหว่างยูเครนกับรัสเซีย และไปให้ความสำคัญกับสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางมากกว่า ทำให้การเจรจากับรัสเซียไม่มีความคืบหน้าที่เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของยูเครน นอกจากนี้ บทบาทของผู้แทนการเจรจาของสหรัฐฯ ที่เดินทางไปรัสเซียบ่อยครั้ง กลายเป็นผลดีต่อรัสเซียมากกว่า ดังนั้น ยูเครนจึงต้องเปลี่ยนรูปแบบการรักษาความมั่นคง ด้วยการไปให้ความสำคัญกับการผลักดันการหารือระหว่างผู้นำยูเครนและผู้นำรัสเซียโดยตรง และจะให้ตุรกีเป็นประเทศผู้ประสานงาน สาเหตุที่ทำให้ยูเครนเปลี่ยนรูปแบบการจัดการความสัมพันธ์กับรัสเซีย จากการใช้เครื่องมือด้านการทหาร ไปเน้นการทูต เป็นเพราะผู้นำยูเครนเริ่มไม่เชื่อมั่นทิศทางนโยบายของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ยูเครนสูญเสียกำลังทหารและยุทโธปกรณ์ไปจำนวนมาก และไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือในปริมาณที่เพียงพอต่อการผลิตยุโปกรณ์รุ่นใหม่ ทำให้เสี่ยงแพ้ในสงคราม แม้จะมีรายงานว่ายูเครนมีอากาศยานไร้คนขับและหุ่นยนต์รุ่นใหม่ที่พร้อมใช้ในการทำสงครามกับรัสเซียแล้วก็ตาม แต่เป็นเทคโนโลยีที่ลงทุนสูง ปัจจุบัน ยูเครนจึงมีความพยายามทางการทูต โดยนาย Andrii Sybiha รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน เร่งโน้มน้าวตุรกีให้เป็นผู้ประสานงานและเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาระหว่างประธานาธิบดียูเครน กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย แนวโน้มการเจรจาระหว่างผู้นำยูเครนกับผู้นำรัสเซียเพื่อลดระดับความขัดแย้งมีความเป็นไปได้ต่ำ เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่ยอมรับเงื่อนไขยุติสงครามระหว่างกัน นอกจากนี้ รัสเซียไม่พอใจยูเครนอย่างมาก กรณีใช้อากาศยานไร้คนขับ และการโจมตีทางอากาศปฏิบัติการโจมตีในมาตุภูมิรัสเซียเพิ่มขึ้น ทำให้พลเรือนและคลังน้ำมันสำคัญในประเทศได้รับความเสียหาย ดังนั้น สงครามรัสเซีย-ยูเครนมีแนวโน้มจะยืดเยื้อต่อไป

ไซปรัสเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรปอย่างไม่เป็นทางการ

สมาชิกสหภาพยุโรป (EU) จำนวน 27 ประเทศจะส่งผู้แทนระดับสูงไปร่วมการประชุมสุดยอดอย่างไม่เป็นทางการ ที่ไซปรัสเป็นเจ้าภาพ ระหว่าง 23-24 เมษายน 2569 ในเมือง Nicosia เพื่อหารือประเด็นความมั่นคงและแนวทางรับมือกับวิกฤตด้านความมั่นคงปลอดภัยในปัจจุบันร่วมกัน สำหรับประเด็นสำคัญในการประชุมครั้งนี้ คือ กรณีประธานาธิบดี Nikos Christodoulides ของไซปรัสจะเสนอให้สมาชิก EU ให้คำมั่นว่าจะร่วมกันปกป้องความมั่นคงของประเทศสมาชิก โดยมีแผนปฏิบัติการร่วม (operational plan) ด้านการทหาร ความมั่นคง และนโยบาย ซึ่งความร่วมมือในลักษณะดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา 42.7 ในสนธิสัญญาของ EU ที่สมาชิกจะให้ความช่วยเหลือกันเมื่อถูกโจมตี หรือถูกรุกรานโดยประเทศอื่น ๆ ผู้นำไซปรัสเสนอการจัดทำแผนดังกล่าวในช่วงที่ไซปรัสเป็นประธานหมุนเวียน เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงในกรอบ EU ในช่วงที่ทั่วโลกเผชิญวิกฤตความขัดแย้งและความไม่แน่นอน โดยต้องการให้แผนดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในการประชุมจำลองสถานการณ์วิกฤตร่วมกันของสมาชิก EU ในห้วงกลาง พฤษภาคม 2569 ก่อนหน้านี้ เมื่อ มีนาคม 2569 ฐานทัพของสหราชอาณาจักรที่ตั้งอยู่ในไซปรัส ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีโดยอากาศยานไร้คนขับที่มาจากเลบานอน เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ไซปรัสตื่นตัวเรื่องภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่ประเทศต้องเผชิญ จากสงครามในพื้นที่อื่น ๆ และต้องการขยายหลักประกันด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศมากขึ้น ข้อเสนอของผู้นำไซปรัส และการใช้มาตรา…

มาเลเซียและสิงคโปร์คัดค้านกรณีอินโดนีเซียเสนอเก็บค่าผ่านทางช่องแคบมะละกา

กรณีนาย Purbaya Yudhi Sadewa รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย เสนอแนวคิดเก็บค่าธรรมเนียมเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบมะละกา เมื่อ 22 เมษายน 2569 เพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศ กลายเป็นประเด็นวิจารณ์โดยมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมา ทั้ง 3 ประเทศมีหลักการบริหารจัดการช่องแคบมะละการ่วมกันที่สำคัญ คือ การเดินเรือเสรีเพื่อการค้าและการขนส่งพลังงานระหว่างประเทศ รวมทั้งมีมุมมองว่าอินโดนีเซียควรหารือกับมาเลเซียและสิงคโปร์ก่อนที่จะเสนอมาตรการเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการช่องแคบมะละกา แนวคิดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย สอดคล้องกับถ้อยแถลงของประธานาธิบดีอินโดนีเซียที่เสนอเมื่อ 8 เมษายน 2569 ว่าปัจจุบันอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากมีพื้นที่ติดกับเส้นทางเดินเรือที่สำคัญของโลก สะท้อนว่ารัฐบาลอินโดนีเซียเล็งเห็นโอกาสในการยกระดับบทบาทของประเทศ ในช่วงที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับเส้นทางเดินเรือ นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซียเสนอว่าอาจพิจารณาใช้โมเดลการบริหารจัดการช่องแคบมะละกาแบบเดียวกันกับที่อิหร่านใช้ในช่องแคบฮอร์มุซ มาเลเซียและสิงคโปร์ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของอินโดนีเซีย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของมาเลเซีย ระบุว่ามาเลเซียให้ความสำคัญกับเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกา และยืนยันว่าแนวทางบริหารจัดการช่องแคบมะละกาจะต้องเป็นผลลัพธ์จากการหารือของ 4  ประเทศ ที่มีความร่วมมือด้านการลาดตระเวนเพื่อความมั่นคงในช่องแคบมะละกา ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และไทย โดยต้องเป็นฉันทามติ และไม่ใช่การตัดสินใจของประเทศใดประเทศหนึ่ง ด้านนาย Vivian Balakrishnan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ย้ำในการประชุม Singapore Maritime Week 2026 ว่า นานาชาติมีสิทธิที่จะเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกาอย่างเสรี…

กัมพูชา-ญี่ปุ่นเห็นพ้องกระชับความสัมพันธ์ด้านการทหารทวิภาคี

สนข.AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 24 เม.ย.69 ว่า พล.อ.เมา โซะพัน ผบ.ทบ.กัมพูชา พบหารือทวิภาคีกับ พล.อ.มาซาโยชิ อาราอิ ผบ.ทบ.ญี่ปุ่น ผ่านระบบทางไกล เมื่อ 23 เม.ย.69 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือทางทหารให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมุ่งเน้นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งการฝึกอบรมโดยยกระดับหลักสูตรการฝึกทางวิชาชีพเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร เพิ่มการแลกเปลี่ยนการเยือน พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกองทัพทั้งสองฝ่าย เพื่อยกระดับความเป็นพันธมิตรของ ทบ.ทั้งสองประเทศให้แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

รมว.ทบวง ทร.สหรัฐฯ ถูกปลดจากตำแหน่ง

นายฌอน พาร์เนลล์ โฆษก กห.สหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 23 เม.ย.69 ว่า นายจอห์น ฟีแลน ถูกปลดจากตำแหน่ง รมว.ทบวง ทร.สหรัฐฯ แล้วโดยไม่ระบุสาเหตุ  และนายหง เฉา ปลัดทบวง ทร. จะรักษาการ รมว. ทบวง ทร. ทั้งนี้ สื่อสหรัฐฯ รายงานสาเหตุการปลดนายฟีแลนอย่างหลากหลาย อาทิ มีความเห็นขัดแย้งกับนายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ และนายสตีเฟน ไฟน์เบิร์ก รอง รมว.กห.สหรัฐฯ การบริหารจัดการที่ไม่สอดรับกับกลุ่มนายพลของ ทร.สหรัฐฯ  รวมถึงโครงการต่อเรือประจันบาญติดขีปนาวุธ ชั้นทรัมป์ (Trump class guided missile battleship – BBG(X)) และ ความล่าช้าในการต่อเรือรบ

การประชุมสุดยอดอาเซียน จะมุ่งหารือประเด็นวิกฤต ตอ.กลาง เมียนมา และทะเลจีนใต้

สนข.PNA ของทางการฟิลิปปินส์ รายงานเมื่อ 23 เม.ย.69 อ้างถ้อยแถลงนางมาเรีย เทเรซา ลาซาโร รมว.กต.ฟิลิปปินส์ ว่า การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู ฟิลิปปินส์ ใน 8 พ.ค.69 จะมุ่งเน้นการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน การรักษาเสถียรภาพของอุปทานอาหาร และการคุ้มครองความปลอดภัยของพลเมืองชาติสมาชิกอาเซียนในต่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค ตอ.กลาง โดยย้ำความมุ่งมั่นของอาเซียนในการร่วมกันแสวงหาแนวทางเพื่อรับมือผลกระทบจากความขัดแย้งดังกล่าว นอกจากนี้ ประเด็นเมียนมา ฟิลิปปินส์ยังคงบทบาทตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อขับเคลื่อนฉันทามติ 5 ข้อ (5PC) ของอาเซียนให้มีความคืบหน้า  ส่วนประเด็นทะเลจีนใต้ อาเซียนและจีนมีความตั้งใจผลักดันให้การจัดทำประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (CoC) แล้วเสร็จภายในปี 2569  โดยในห้วงที่ผ่านมา มีความคืบหน้าตามลำดับ และมีความเป็นไปได้ที่จะบรรลุตามเป้าหมายดังกล่าว เนื่องจากทั้งสองฝ่ายจัดประชุมหารือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

ผู้ซื้อต่างชาติช่วยพยุงตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

The Business Times ของสิงคโปร์ รายงานเมื่อ 24 เม.ย.69 ว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยกำลังเผชิญภาวะอ่อนแออย่างต่อเนื่อง โดยอุปสงค์ในประเทศลดลงจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ผู้พัฒนาโครงการจึงหันไปดึงดูดผู้ซื้อจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งกลุ่มผู้ซื้อมีความหลากหลายมากขึ้น แต่ความต้องการยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และพัทยา อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงไม่แน่นอน แม้ไทยยังน่าดึงดูดในระยะยาวในฐานะที่อยู่อาศัยและการลงทุน แต่การฟื้นตัวจะขึ้นอยู่กับทั้งสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ และความแข็งแกร่งของอุปสงค์จากต่างประเทศ

สหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรนายก๊ก อาน สว.กัมพูชา

สำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ (OFAC) กค.สหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 23 เม.ย.69 ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรนายก๊ก อาน สมาชิกวุฒิสภากัมพูชา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกลุ่มสแกมเมอร์ในกัมพูชา กับทั้งขึ้นบัญชีบุคคลและนิติบุคคลในเครือข่ายรวม 28 ราย โดยเครือข่ายมิจฉาชีพกลุ่มนี้ได้หลอกลวงเงินจากเหยื่อชาวอเมริกันแล้วหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้การคุ้มครองของนายก๊ก อาน และเครือข่ายสายสัมพันธ์ทางการเมือง  รายงานของ OFAC ยังระบุว่าเครือข่ายของนายก๊ก อาน และพรรคพวก นิยมใช้คาสิโนและอาคารสำนักงานที่ถูกดัดแปลง  เป็นฐานปฏิบัติการฉ้อโกงในการฟอกเงินที่ได้จากเหยื่อ รวมถึงใช้เป็นที่ตั้งหลอกลวงพลเมืองสหรัฐฯ และละเมิดสิทธิมนุษยชน