ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางตึงเครียดต่อไปในห้วง พฤษภาคม 2569  

สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดสูง โดยมีรายงานเมื่อ 12 พฤษภาคม 2569 ว่า อิหร่านแจ้งปากีสถานว่าจะไม่เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ รอบที่ 2 เนื่องจากสหรัฐฯ ยังไม่ตอบรับเงื่อนไขเพื่อรับประกันความมั่นคงของอิหร่าน ทั้งนี้ อิหร่านยื่นเงื่อนไขเพิ่มเติม 5 ประการ เพื่อสร้างบรรยากาศและความเชื่อมั่นก่อนการเจรจา ได้แก่ 1) ให้สหรัฐฯ และอิสราเอลยุติสงครามในทุกสมรภูมิ เฉพาะอย่างยิ่งในเลบานอน 2) ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ 3) ยกเลิกมาตรการยึดทรัพย์รัฐบาลอิหร่านในต่างประเทศ 4) ให้สหรัฐฯ ชดเชยค่าเสียหายและความสูญเสียที่อิหร่านได้รับจากสงครามครั้งนี้ และ 5) ให้สหรัฐฯ รับรองว่าช่องแคบฮอร์มุซ อยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของอิหร่าน กรณีอิหร่านยื่นเงื่อนไขเพิ่มเติม เพื่อต่อรองกับสหรัฐฯ ที่เสนอเงื่อนไข 14 ข้อที่จะนำไปสู่สันติภาพ สะท้อนว่ารัฐบาลอิหร่านยังไม่พร้อมตอบรับข้อตกลงของสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็ยังมีรายงานการโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (UAE) ปัจจุบันเสี่ยงถูกอิหร่านโจมตีมากขึ้น จนทำให้อิสราเอลตัดสินใจส่งระบบป้องกันขีปนาวุธที่มีอานุภาพสูง หรือ Iron Dome ไปช่วยเหลือ UAE  ประกอบกับผู้นำสหรัฐฯ ไม่ตอบรับเงื่อนไขดังกล่าว เป็นสัญญาณว่าความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางจะไม่ลดลง ปากีสถานจะยังเผชิญอุปสรรคในการเป็นตัวกลางประสานงานเพื่อสร้างสันติภาพ และความขัดแย้งในภูมิภาคจะยังส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อไป…

ผู้นำสหราชอาณาจักรเผชิญความท้าทายทางการเมือง

นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ของสหราชอาณาจักร เผชิญความเสี่ยงทางการเมือง หลังจากสมาชิกพรรคแรงงานของสหราชอาณาจักรมากกว่า 80 คน จากทั้งหมด 403 คน กดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรับผิดชอบที่ทำให้พรรคสูญเสียคะแนนนิยมในการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2569 และรับผิดชอบกรณีล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพสูงขึ้นในประเทศ ซึ่งปัจจัยหนึ่งมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อพลังงาน นายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ปฏิเสธข้อเรียกร้อง และเมื่อ 12 พฤษภาคม 2569 มีรายงานว่านายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ พบหารือกับนายเวส สตรีทติ้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีโอกาสจะเป็นผู้ชิงตำแหน่งผู้นำพรรคแรงงานและนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ทำให้สื่อทั่วโลกสนใจและติดตามพัฒนาการทางการเมืองภายในของสหราชอาณาจักรครั้งนี้ เนื่องจากจะเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองก่อนสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 จะกล่าวสุนทรพจน์ครั้งสำคัญ หรือ The King’s Speech ที่รัฐสภาสหราชอาณาจักรใน 13 พฤษภาคม 2569 สำหรับสมาชิกพรรคแรงงานที่มีโอกาสเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรคนใหม่ ได้แก่ 1) นาย สตรีทติ้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 2) นายแอนดี เบอร์นแฮม นายกเทศมนตรีเกรเทอร์แมนเชสเตอร์ และ 3) นางแองเจลา เรย์เนอร์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นสตรีผู้ทรงอิทธิพลในการเมืองสหราชอาณาจักร การเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรจะเกิดขึ้นได้จาก…

5 ประเด็นสำคัญในการพบหารือระหว่างผู้นำจีน-สหรัฐฯ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนจะต้อนรับและพบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ระหว่าง 13-15 พฤษภาคม 2569 ที่กรุงปักกิ่ง แวดวงการเมืองเวทีระหว่างประเทศให้ความสนใจกรณีดังกล่าวอย่างมาก เนื่องจากจะเป็นการหารือครั้งแรกระหว่าง 2 ผู้นำประเทศมหาอำนาจในช่วงที่สถานการณ์ระหว่างประเทศเผชิญความขัดแย้งและความตึงเครียดทั้งด้านการทหารและเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์ประเมินว่าผู้นำทั้ง 2 ประเทศต้องการให้การพบหารือครั้งนี้มีผลลัพธ์เป็นเชิงบวกต่อความมั่นคงทั้งภายในประเทศและในระดับโลก ผู้นำจีนอาจเป็นฝ่ายได้เปรียบในการทำให้ผู้นำสหรัฐฯ เห็นว่าจีนสามารถเป็นประเทศที่โน้มน้าวอิหร่านให้ยุติสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ แลกเปลี่ยนกับให้สหรัฐฯ ผ่อนคลายมาตรการกดดันทางการค้าและการกีดกันเทคโนโลยีของจีน ด้านผู้นำสหรัฐฯ จะใช้การเยือนครั้งนี้เป็นผลงานการดำเนินนโยบายต่างประเทศ โดยคาดว่าจะเน้นย้ำความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้นำจีน เพื่อให้ภาพลักษณ์ผู้นำสหรัฐฯ มีลักษณะเป็น “นักเจรจา” ซึ่งสามารถจัดการปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ ผู้นำจีนและผู้นำสหรัฐฯ เคยพบหารือกันแล้วอย่างน้อย 6 ครั้ง ที่สหรัฐฯ เยอรมนี จีน อาร์เจนตินา ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศประเมินว่า ปัจจุบันท่าทีจีนแข็งกร้าวและมีอำนาจต่อรองทางการเมืองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้นำสหรัฐฯ อาจเผชิญความท้าทายในการกดดันจีนให้ดำเนินนโยบายตอบสนองผลประโยชน์ของสหรัฐฯ สำหรับประเด็นสำคัญในการพบหารือระหว่างผู้นำ 2 ประเทศมหาอำนาจที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะส่งผลต่อบรรยากาศความมั่นคงและความร่วมมือระหว่างประเทศในอนาคตต่อไป ได้แก่ 1) การปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ -จีน แม้ว่าจะมีรูปแบบความสัมพันธ์แบบเป็นคู่แข่งกันทั้งด้านยุทธศาสตร์มหาอำนาจและการขยายอิทธิพล แต่ทั้ง 2 ประเทศอาจสามารถหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง…

ประธานาธิบดีรัสเซียเตรียมเยือนจีนอย่างเป็นทางการ

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เตรียมเยือนจีน  ซึ่งยังไม่ได้กำหนดเวลาที่ชัดเจน ส่วนการเจรจายุติความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน รัสเซียยังยืนยันจุดยืนเดิมว่าพร้อมยุติสงคราม และยอมรับกรอบการเจรจา 3 ฝ่ายที่สหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ย ปัจจุบันกระบวนการสันติภาพคืบหน้าอย่างมาก นอกจากนี้ ประธานาธิบดีปูติน พร้อมพบหารือประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ที่กรุงมอสโก

อิหร่านขู่เสริมสมรรถะยูเรเนียมถึงร้อยละ 90

โฆษกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายการต่างประเทศของรัฐสภาอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านบัญชี X เมื่อ 12 พ.ค.69 ว่า หากสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านอีกครั้ง  มาตรการตอบโต้ที่อิหร่านอาจนำมาใช้ คือ การเพิ่มระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมให้เข้มข้นถึงร้อยละ 90 (ระดับที่นำไปใช้ผลิตเป็นอาวุธนิวเคลียร์ได้) พร้อมทั้งระบุว่า ข้อเสนอนี้จะถูกนำไปพิจารณาในรัฐสภาอิหร่าน ขณะที่นาย Behnam Saeedi สมาชิกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายการต่างประเทศย้ำว่า การเสริมสมรรถนะยูเรเนียม การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านทั้งหมด และการปลดทรัพย์สินที่ถูกอายัดของอิหร่าน เป็นเงื่อนไขที่อิหร่านจะไม่ยอมเจรจาต่อรองด้วยอย่างเด็ดขาด

สหรัฐฯ เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อเครือข่ายการค้าน้ำมันของอิหร่าน

สนง. ควบคุมทรัพย์สินต่างชาติ ของ กค.สหรัฐฯ ว่า ประกาศ เมื่อ 11 พ.ค.69 คว่ำบาตรต่อเครือข่ายที่ช่วยเหลือทางการอิหร่านในการค้าน้ำมัน  ได้แก่ 1) บุคคล 3 ราย ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในบริษัทน้ำมันของกองกำลัง IRGC และ 2) นิติบุคคล 8 ราย เป็นบริษัทในฮ่องกง 4 ราย และสหรัฐอาหรับเอมิเมตส์ 4 ราย ที่พยายามดำเนินการส่งออก และขนส่งน้ำมันออกจากอิหร่าน ก่อนหน้านี้ เมื่อ 8 พ.ค.69 ทางสหรัฐฯ คว่ำบาตรต่อเครือข่ายนำส่งชิ้นส่วนอากาศยานไร้คนขับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดรนชาเฮด ซึ่งเป็นบุคคล และนิติบุคคลจากจีน ฮ่องกง เบลารุสและสหรัฐอาหรับเอมิเมตส์ กับทั้งเมื่อ 7 พ.ค.69 ได้คว่ำบาตร นาย Ali Maarij Al-Bahadly รมช.น้ำมันของอิรักจากการมีส่วนเกี่ยวข้องในการลักลอบขนส่งน้ำมันออกจากอิหร่าน พร้อมกับสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธ   รวมทั้งสมาชิกกลุ่มก่อการร้าย Kata’ib Sayyid al-Shuhada…