มาเลเซียไม่พอใจที่นอร์เวย์ยกเลิกสัญญาส่งออกขีปนาวุธ

มาเลเซียไม่พอใจกรณีนอร์เวย์ ประกาศยกเลิกสัญญาส่งออกขีปนาวุธและระบบยิงขีปนาวุธรุ่น Naval Strike Missile ให้มาเลเซีย โดยนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซียแสดงความเห็นเมื่อ 15 พฤษภาคม 2569 ว่า การตัดสินใจของนอร์เวย์จะส่งผลกระทบต่อโครงการพัฒนาขีดความสามารถด้านการทหารของมาเลเซียให้ทันสมัย รวมทั้งอาจส่งผลเสียต่อบรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาค ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้โทรศัพท์หารือโดยตรงกับผู้นำนอร์เวย์แล้ว และแสดงความไม่พอใจว่านอร์เวย์ตัดสินใจดำเนินการยกเลิกสัญญานี้เพียงฝ่ายเดียว อาจไม่เป็นผลดีต่อความร่วมมือในอนาคต นอร์เวย์ยกเลิกสัญญาส่งออกระบบขีปนาวุธดังกล่าวด้วยเหตุผลว่า เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ และให้สอดคล้องกับกฎหมายห้ามส่งออกอาวุธฉบับใหม่ โดยนอร์เวย์จะส่งออก Naval Strike Missile ให้กับสมาชิกเนโต และประเทศที่เป็หุ้นส่วนของเนโตเท่านั้น มาเลเซียไม่ได้เป็นสมาชิกเนโต ทำให้นอร์เวย์ไม่สามารถส่งออกขีปนาวุธและระบบดังกล่าวให้ได้ อย่างไรก็ดี รัฐบาลมาเลเซียตั้งข้อสังเกตว่าการตัดสินใจของนอร์เวย์มีสภาวะ “เหตุสุดวิสัย” หรือ force majeure และคาดว่าสาเหตุที่ทำให้นอร์เวย์ยกเลิกสัญญาส่งอาวุธให้มาเลเซีย เพราะส่วนประกอบของระบบ Naval Strike Missile เฉพาะอย่างยิ่งระบบนำทางขีปนาวุธ หรือ ไจโรสโคป (Gyroscope) เป็นส่วนประกอบที่บริษัทนอร์เวย์นำเข้าจากสหรัฐฯ และสหรัฐฯ มีมาตรการเข้มงวดการส่งออกส่วนประกอบดังกล่าวไปยังประเทศที่สาม ปัจจุบัน ประเทศที่ใช้ระบบยิงขีปนาวุธรุ่น Naval Strike Missile ได้แก่ สหรัฐฯ…

สาระสำคัญจากการพบหารือผู้นำจีน-สหรัฐฯ

บรรยากาศการพบหารืออย่างเป็นทางการระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 13-14 พฤษภาคม 2569 เป็นไปอย่างราบรื่น ทั้ง 2 ฝ่ายให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์ หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และไม่ต้องการติดกับดักมหาอำนาจ หรือ Thucydides Trap ที่จะทำให้ทั้ง 2 ประเทศหวาดระแวงระหว่างกัน ทั้งนี้ ปัจจุบันทั้ง 2 ผู้นำยังไม่มีถ้อยแถลงร่วม แต่ต่างฝ่ายต่างเผยแพร่ผลการหารือบางส่วน โดยประเด็นการหารือที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) ผู้นำจีนย้ำประเด็นความมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน ว่ามีความสำคัญต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ พร้อมเตือนว่าจีนและสหรัฐฯ ไม่ควรทำให้ความมั่นคงในพื้นที่ไร้เสถียรภาพ หรือตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตราย 2) ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าจีนให้คำมั่นจะสนับสนุนการแก้ไขความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และจะไม่ส่งอาวุธให้อิหร่าน พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ พร้อมจะปฏิบัติการทางทหารเพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามจากอิหร่านต่อไป และ 3) ทั้ง 2 ผู้นำมีมุมมองเชิงบวกว่าการพบหารือกันครั้งนี้เป็นการสร้างความเข้าใจระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และในอนาคต ทั้ง 2 ประเทศจะสร้าง “วิสัยทัศน์ใหม่” เพื่อขยายความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์ในระยะ 3 ปีข้างหน้า รวมทั้งเห็นพ้องว่าจีนกับสหรัฐฯ…

กัมพูชาปฏิเสธกรณีไทยระบุว่ากองทัพกัมพูชายิง M79

โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาเมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 รายงานปฏิเสธกรณีสื่อมวลชนไทยอ้างว่ากองทัพกัมพูชายิงระเบิด M79 โจมตีฐานที่มั่นของกองทัพไทย ใกล้บริเวณชายแดนจังหวัดพระวิหาร โดยโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาระบุว่าข้อกล่าวหาของไทยไม่มีหลักฐาน และต้องการให้แก้ไขการสื่อสารโดยเร็ว เนื่องจากการรายงานดังกล่าวเท่ากับสร้างความเข้าใจต่อสังคม และอาจทำให้เกิดความขัดแย้งบริเวณชายแดนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ รายงานของสื่อมวลชนไทยทำให้ภาพลักษณ์ของกองทัพกัมพูชาเสื่อมเสียด้วย กัมพูชาให้ความสำคัญกับการแก้ไขเนื้อหาที่สื่อมวลชนรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างมาก เนื่องจากมีมุมมองว่าเนื้อหาที่ไม่ชัดเจนจะส่งผลเสียต่อบรรยากาศความมั่นคง ทั้งนี้ นอกจากโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาจะมีถ้อยแถลงแล้ว ยังมีรายงานว่าฝ่ายประชาสัมพันธ์ สังกัดกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้ส่งหนังสือประท้วงไปยังศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) ด้วยอีกช่องทาง พร้อมเรียกร้องไทยให้ปฏิบัติตามข้อตกลงทวิภาคี สถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากมีรายงานเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารยั่วยุกันในพื้นที่ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษของไทย และจังหวัดพระวิหารของกัมพูชา โดยมีรายงานได้ยินเสียงระเบิด แม้ยังไม่มีรายละเอียด แต่ฝ่ายไทยเตรียมความพร้อมด้านการทหารเพื่อรับมือกับสถานการณ์อ่อนไหว ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวค่อนข้างมีความเสี่ยงเกิดการปะทะหรือการยั่วยุทางทหาร เพราะเคยเกิดเหตุปะทะ ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่มีคณะสังเกตการณ์ของอาเซียน (ASEAN Observer Team-AOT) ลงพื้นที่เพื่อรวบรวมข้อมูลบ่อยครั้ง เนื่องจากมีโบราณสถานที่เป็นมรดกโลกตั้งอยู่ จึงได้รับความสนใจจากอาเซียนและนานาชาติ มีข้อสังเกตว่าปัจจุบันสื่อมวลชนกัมพูชาและสื่อมวลชนไทยมีบทบาทและอิทธิพลในการนำเสนอข้อมูลสถานการณ์บริเวณชายแดนค่อนข้างมาก เนื่องจากได้รับความสนใจจากรัฐบาลและประชาชนของทั้ง 2 ฝ่าย ขณะเดียวกันก็อาจเป็นช่องทางหรือเครื่องมือที่รัฐบาลใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อสร้างความได้เปรียบในสถานการณ์ความตึงเครียดครั้งนี้

มาเลเซียตรวจพบเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านลักลอบขนถ่ายน้ำมันจากเรือสู่เรือในทะเลจีนใต้

 มีรายงานเมื่อ 14 พ.ค.69 ว่า หน่วยบังคับใช้กฎหมายทางทะเลมาเลเซีย (MMEA) มาเลเซีย ตรวจพบเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับอิหร่านใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายลักลอบขนถ่ายน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ จากเรือสู่เรือ ห่างจากชายฝั่งรัฐยะโฮร์ประมาณ 70 กม. ในเขตท่าเรือนอกชายฝั่ง ตอ. (Eastern Outer Port Limit-EOPL) ในทะเลจีนใต้  ก่อนหน้านี้ กลุ่ม United Against Nuclear Iran (UANI) ของสหรัฐฯ เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมพบเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านลักลอบขนถ่ายน้ำมันจากเรือสู่เรือกว่า 42 ครั้งในพื้นที่ EOPL นับตั้งแต่ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน เมื่อ 28 ก.พ.69 พร้อมตำหนิว่า การที่มาเลเซียไม่ดำเนินการใด ๆ ต่อกิจกรรมผิดกฎหมายนี้ ถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับอิหร่าน จีน และกลุ่มเรือขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย อย่างไรก็ดี ผอ.MMEA ยืนยันว่า มาเลเซียไม่สนับสนุนการถ่ายโอนน้ำมันจากเรือสู่เรือที่ดำเนินการนอกเขตที่ได้รับอนุญาต เพราะมีความเสี่ยงสูงที่อาจเกิดการรั่วไหลของน้ำมันในน่านน้ำห่างไกล

ไต้หวันคัดค้านท่าทีของประธานาธิบดีจีนในประเด็นสถานะของไต้หวัน

นายเซียว กวง เว่ย (Hsiao Kuang-Wei) โฆษก กต.ไต้หวัน แสดงท่าทีคัดค้านกรณีประธานาธิบดีจีน กล่าวถึงสถานะของไต้หวันว่า เป็นส่วนหนึ่งของจีน ระหว่างการพบหารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 14 พ.ค.69 ว่า จีนไม่มีความชอบธรรมในการอ้างสิทธิเหนือไต้หวัน ทั้งย้ำว่า หากพิจารณาจากกิจกรรมทางทะเลของจีนห้วงที่ผ่านมา ประเมินว่า จีนเป็นภัยคุกคามเดียวที่ส่งผลต่อสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค โดยไต้หวันจะร่วมมือกับสหรัฐฯ และประเทศที่ให้ความสำคัญกับเสรีภาพและประชาธิปไตยสร้างกรอบความร่วมมือที่มั่นคงในภูมิภาคต่อไป

สหรัฐฯ กำลังเจรจากับเดนมาร์กเพื่อตั้ง 3 ฐานทัพใหม่ในกรีนแลนด์

สนข. BBC รายงานเมื่อ 12 พ.ค.69 ว่า  กห.สหรัฐฯ พยายามเจรจากับทางการเดนมาร์กเพื่อจัดตั้งฐานทัพใหม่ 3 แห่งทางตอนใต้ของดินแดนกรีนแลนด์ โดยมุ่งหวังประโยชน์ด้านการสอดแนม และติดตามความเคลื่อนไหวทางทะเลของจีนและรัสเซีย ในน่านน้ำระหว่างกรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์ และสหราชอาณาจักร หรือช่อง GIUK ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าหนึ่งในสามฐานทัพที่จะจัดตั้งใหม่ จะอยู่ที่เมืองนาร์ซาร์ซูอัค ซึ่งสหรัฐฯ เคยใช้เป็นฐานทัพในอดีตและมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการทหาร อนึ่ง สหรัฐฯ โดยกองบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศอเมริกาเหนือ (NORAD) เคยตั้งฐานทัพถึง 17 ฐาน ในห้วงสงครามเย็น เพื่อเฝ้าระวังภัยทางอากาศและการปล่อยขีปนาวุธจากสหภาพโซเวียต

อิตาลีเตรียมออกกฎหมายรื้อฟื้นโครงการพลังงานนิวเคลียร์

 ถ้อยแถลงของนางจอร์เจีย เมโลนี นรม.ของอิตาลี เมื่อ 13 พ.ค.69 ระบุว่า รัฐบาลจะออกกรอบกฎหมายภายใน มิ.ย.-ส.ค.69 เพื่อฟื้นฟูการผลิตพลังงานนิวเคลียร์อีกครั้ง หลังยุติการใช้พลังงานนิวเคลียร์มาตั้งแต่ปี 2529 จากผลประชามติภายหลังเกิดเหตุภัยพิบัติเชอร์โนบิล โดยรัฐบาลมีแผนนำเทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กรุ่นใหม่จากภาคเอกชนกลับมาใช้ (Small Modular Reactors-SMRs) เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ และลดต้นทุนพลังงาน ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน   ด้านพรรคฝ่ายค้าน บางฝ่ายสนับสนุนแนวทางเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน ขณะที่บางฝ่ายกังวลเรื่องต้นทุน พลังงานหมุนเวียน และปริมาณกากนิวเคลียร์ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำนโยบายพลังงานและอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมมากขึ้น

รอบรั้วอาคเนย์ ปักษ์แรก พ.ค.69

รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์แรก พฤษภาคม 2569
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม

สหรัฐฯ มีมุมมองว่าไทยยังมีปัญหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

สหรัฐฯ ใช้การเผยแพร่รายงานทบทวนนโยบายการค้าของประเทศอื่น ๆ เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นเครื่องมือส่งสัญญาณกดดันให้ประเทศคู่ค้า ปรับเปลี่ยนนโยบายให้สอดคล้องกับมาตรฐานสหรัฐฯ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของนักลงทุนและนักธุรกิจชาวอเมริกัน โดยเฉพาะรัฐบาลสหรัฐฯ ปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของชาวอเมริกันเป็นอันดับแรก หรือ America First ล่าสุด USTR หรือสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เมื่อ 30 เมษายน 2569 เผยแพร่รายงาน 2026 Special 301 Report หรือรายงานการประเมินนโยบายปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual property-IP) ของคู่ค้าสหรัฐฯ ทั่วโลกมากกว่า 100 ประเทศ รวมทั้งไทย เพื่อเสนอให้ฝ่ายนิติบัญญัติพิจารณา และให้นักธุรกิจอเมริกันใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนเพิ่มพูนความร่วมมือกับต่างประเทศ ประเด็นที่น่าสนใจอย่างมาก และเป็นความเปลี่ยนแปลงสำคัญ คือ USTR จัดให้สหภาพยุโรป (EU) อยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องเฝ้าระวัง (Watch List) เป็นครั้งแรก เนื่องจาก EU ออกกฎหมาย General Pharmaceutical Legislation ที่อาจขัดขวางบริษัทยาของสหรัฐฯ ไม่ให้สามารถเข้าถึงตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ใน EU รวมทั้งอาจบังคับให้บริษัทสหรัฐฯ ต้องเผยแพร่ข้อมูลมากขึ้น…

CyberXplore ปักษ์แรก พ.ค.2569

CyberXplore ฉบับปักษ์แรกเดือนพฤษภาคม 2569 รายงานสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วโลก สรุปเหตุการณ์สำคัญและแนวโน้มภัยคุกคามในรอบ 15 วัน
เพื่อยกระดับการรับรู้และเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน