![]()

สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่เริ่มตั้งแต่ปี 2565 ยังไม่ยุติ ทั้ง 2 ฝ่ายปฏิบัติการโจมตีทางการทหารเพื่อทำลายขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศของฝ่ายตรงข้ามอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับแสวงหาหุ้นส่วนด้านความมั่นคงจากประเทศอื่น ๆ เพื่อให้ช่วยสนับสนุนการเสริมสร้างความมั่นคงและเศรษฐกิจ ล่าสุด มีรายงานเมื่อ 24 พฤษภาคม 2569 ว่า รัสเซียโจมตีภูมิภาคเคียฟของยูเครนอย่างรุนแรง โดยโจมตียูเครนด้วยโดรน 600 เครื่อง และขีปนาวุธ 90 ลูก ภายในคืนเดียว รวมทั้งมีการใช้ขีปนาวุธรุ่น Oreshnik ซึ่งเป็นขีปนาวุธพิสัยกลางความเร็วเหนือเสียงและมีขีดความสามารถสูงมากพอจะหลบเลี่ยงระบบสกัดกั้นขีปนาวุธของยูเครนได้ เพื่อตอบโต้กรณียูเครนโจมตีฐานที่มั่นของรัสเซียในภูมิภาคลูฮันสค์ ทางตะวันออกของยูเครนเมื่อห้วงกลาง พฤษภาคม 2569 ซึ่งรัสเซียมีมุมมองว่าเป็นการก่อการร้ายต่อประชาชนของรัสเซีย
ก่อนหน้านี้ เมื่อ 22 พฤษภาคม 2569 ยูเครนใช้อากาศยานไร้คนขับโจมตีอาคารและโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อว่ารัสเซียใช้เพื่อประโยชน์ด้านยุทธวิธีทางทหารในภูมิภาคลูฮันสค์ โดยยูเครนมีข้อมูลว่ารัสเซียใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานที่มั่นและตั้งสำนักงานศูนย์ปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับ หรือ หน่วย Rubicon พร้อมยืนยันว่ายูเครนไม่มีเจตนาหรือเป้าหมายโจมตีพลเรือน นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ระบุถึงกรณี ยูเครนใช้โดรนโจมตีหอพักนักศึกษา บริเวณมหาวิทยาลัยในเมือง Starobelsk แคว้นลูฮันสค์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน บาดเจ็บ 39 คน และสูญหาย 15 คนโดยรัสเซียเรียกร้องให้ยูเครนรับผิดชอบต่ออาชญากรรมสงครามของตน ขณะที่ยูเครนปฏิเสธข้อกล่าวหา
ผู้นำยูเครนและผู้นำประเทศยุโรปประณามการโจมตีดังกล่าว เนื่องจากขีปนาวุธรุ่น Oreshnik เป็นอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง สามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้ และอันตราย สะท้อนว่ารัสเซียต้องการทำลายยูเครน ด้านผู้แทนสหภาพยุโรป (EU) มีมุมมองว่าการโจมตีครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณว่ารัสเซียต้องการผลักดันให้สงครามนี้เข้าใกล้ความขัดแย้งด้วยอาวุธนิวเคลียร์ เนื่องจากเลือกใช้อาวุธที่สร้างความหวาดกลัวระดับโลก ขณะที่ผู้นำฝรั่งเศสและผู้นำเยอรมนี ประณามการโจมตีของรัสเซียเช่นกัน พร้อมวิจารณ์ว่าการใช้ขีปนาวุธ Oreshnik เป็นการขยายความตึงเครียดของสงครามรัสเซีย-ยูเครน







