![]()

สื่อมวลชนต่างประเทศรายงานเมื่อ 28 พฤษภาคม 2569 อ้างท่าทีของรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ กับอิหร่านอยู่ระหว่างจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อขยายระยะเวลาหยุดยิงระหว่างกัน 60 วัน และจะเริ่มการเจรจาเพื่อยุติสงคราม อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยังไม่เห็นชอบ MoU ดังกล่าว จึงยังไม่มีความชัดเจนและหลักประกันว่าสหรัฐฯ กับอิหร่านจะลดระดับความขัดแย้งกัน
พัฒนาการเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลง จากประมาณ 98 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 93 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันโลกผันผวนอย่างมากจากการเปลี่ยนแปลงท่าทีระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เนื่องจากมีการเปิดเผยประเด็นการทำข้อตกลงยุติสงคราม จากนั้นก็มีการปฏิบัติการโจมตีฐานทัพที่เมือง Bandar Abbas จุดยุทธศาสตร์สำคัญของอิหร่าน รวมทั้งอิหร่านส่งอากาศยานไร้คนขับไปปฏิบัติการในประเทศรอบอ่าวด้วย ดังนั้น อาจสรุปได้ว่าสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน ยังคงมีความซับซ้อน และข้อตกลงหยุดยิง (ceasefire) อาจเป็นเพียงการยืดระยะเวลาให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้ระดมกำลังใหม่เพื่อปฏิบัติการเชิงยุทธวิธีในระยะยาว
มีความเป็นไปได้สูงที่การขยายข้อตกลงหยุดยิงและการลงนามใน MoU ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน จะไม่มีผลต่อความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางที่จะยังคงเปราะบางและอ่อนไหวต่อไปใน มิถุนายน 2569 เนื่องจากที่ผ่านมา สหรัฐฯ กับอิหร่านก็มีข้อตกลงหยุดยิง แต่ต่างฝ่ายต่างละเมิดข้อตกลงดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง อ้างว่าต้องโจมตีเพื่อปกป้องความปลอดภัย นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์อาจไม่พอใจและไม่เห็นชอบ MoU เพราะไม่ตรงกับเงื่อนไขที่ต้องการให้อิหร่านเร่งดำเนินการก่อนยุติสงคราม ได้แก่ เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยุติโครงการพัฒนานิวเคลียร์ และให้อิหร่านมอบยูเรเนียมสมรรถนะสูงให้สหรัฐฯ
ความเคลื่อนไหวของอิสราเอลที่ทำสงครามในเลบานอนและฉนวนกาซา อาจเป็นอุปสรรคต่อการทำข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เนื่องจากอิสราเอลขยายการโจมตีและทำลายกลุ่มติดอาวุธทั้งในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอนและฉนวนกาซา เพิ่มความรุนแรงและมีเป้าหมายชัดเจน คือ กองกำลังติดอาวุธที่อิหร่านให้การสนับสนุน ได้แก่ กลุ่มฮะมาส และกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ ดังนั้น ปฏิบัติการของอิสราเอลจึงอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้อิหร่านไม่พอใจและไม่ต้องการร่วมมือกับสหรัฐฯ ที่ยังคงสนับสนุนอิสราเอล







