![]()

สื่อมวลชนเมียนมาให้ความสนใจรายงานกรณีประธานาธิบดีมินอองไลง์ต้อนรับนาย Sugiono รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย ที่เยือนกรุงเนปยีดอของเมียนมาอย่างเป็นทางการเมื่อ 9 มิถุนายน 2569 โดยได้หารือกันประเด็นความร่วมมือและความสัมพันธ์ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ที่น่าสนใจ คือ นาย Sugiono ย้ำให้ผู้นำเมียนมาเข้าใจว่า รัฐบาลอินโดนีเซียพร้อมร่วมมือกับทุกกลุ่มในเมียนมาเพื่อสนับสนุนกระบวนการเจรจาทางการเมืองและการแก้ไขปัญหาตามแนวทางสันติ นอกจากนี้ ยังย้ำให้เมียนมาปฏิบัติตามแผนสันติภาพของอาเซียนต่อสถานการณ์การเมืองและความมั่นคงในเมียนมา หรือฉันทามติ 5 ประการ (ASEAN’s Five-Point Consensus) ซึ่งเป็นกลไกของอาเซียนเพื่อส่งเสริมความมั่นคงและความร่วมมือกับเมียนมาในระยะยาว
ปัจจุบัน ประธานาธิบดีเมียนมายังไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำในกรอบอาเซียน เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนตั้งแต่ปี 2564 ทั้งนี้ แม้ว่าในการหารือล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซียจะยืนยันว่าเมียนมาเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน แต่ก็ยังไม่แสดงจุดยืนรับรองผลการเลือกตั้งของเมียนมาเมื่อ ธันวาคม 2568- มกราคม 2569
การเยือนเมียนมาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย มีขึ้นหลังจากเมียนมาจัดตั้งรัฐบาลและผู้นำเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการเมื่อ เมษายน 2569 จากนั้นได้ต้อนรับผู้แทนจากสมาชิกอาเซียนที่ไปเยือนเมียนมา ได้แก่ มาเลเซีย ไทย และฟิลิปปินส์ ซึ่งชาวเมียนมาบางส่วนและนานาชาติมีมุมมองว่าเมียนมาต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับประเทศสมาชิกอาเซียน และจะใช้ความสัมพันธ์ดังกล่าวเสริมสร้างความชอบธรรมของรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ โดยหลังจากการเยือนของผู้แทนอินโดนีเซีย ผู้นำเมียนมาก็จะต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ สปป.ลาวเยือนเมียนมาระหว่าง 12-13 มิถุนายน 2569 เป็นลำดับถัดไป
ที่ผ่านมา อินโดนีเซียมีท่าทีค่อนข้างแข็งกร้าวและกดดันเมียนมาอย่างจริงจังเพื่อให้ยุติการใช้ความรุนแรงต่อประชาชน รวมทั้งให้เมียนมาปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ประการของอาเซียน ได้แก่ 1) ยุติความรุนแรงทั่วประเทศ 2) เจรจากับทุกฝ่ายทีเกี่ยวข้องกับการเมืองเพื่อหาแนวทางแก้ไขความขัดแย้ง 3) สนับสนุนบทบาทของผู้แทนพิเศษอาเซียน 4) สนับสนุนบทบาทของศูนย์ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของอาเซียน และ 5) ให้ผู้แทนพิเศษของอาเซียนและคณะมีช่องทางเจรจาและเข้าถึงทุกฝ่ายทีเกี่ยวข้องกับการเมืองเมียนมา อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียมีมุมมองว่าเมียนมายังไม่สามารถปฏิบัติตามฉันทามติทั้ง 5 ข้อได้ เฉพาะอย่างยิ่งการยุติความรุนแรงทั่วประเทศ เนื่องจากยังมีรายงานการปะทะและโจมตีระหว่างกองทัพเมียนมากับชนกลุ่มน้อยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อกระบวนการเจรจาทางการเมือง







