![]()

ฝรั่งเศสเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศเศรษฐกิจ หรือกลุ่ม G7 ระหว่าง 15-17 มิถุนายน 2569 ที่เมือง Évian-les-Bains สำหรับการประชุมครั้งนี้ ฝรั่งเศสมีเป้าหมายให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) เศรษฐกิจโลก เน้นการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจระดับโลก 2) แก้ไขปัญหาความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ เน้นสถานการณ์ในตะวันออกกลางและการสนับสนุนสันติภาพ รวมทั้งความมั่นคงในยูเครน และ 3) การปกป้องสิทธิเยาวชนในยุคดิจิทัลและการพัฒนาเทคโนโลยี
ฝรั่งเศสยังเชิญผู้นำประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สมาชิก G7 เข้าร่วมด้วย ได้แก่ บราซิล เคนยา เกาหลีใต้ อินเดีย และประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ ส่วนประเทศที่เป็นสมาชิก G7 ได้แก่ ฝรั่งเศส สหรัฐฯ แคนาดา เยอรมนี อิตาลี สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น รวมทั้งมีสหภาพยุโรป (EU) เข้าร่วมด้วย
ฝรั่งเศสเคยใช้เมือง Évian-les-Bains เป็นสถานที่จัดการประชุม G8 เมื่อปี 2546 และฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพจัดการการประชุม G7 ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2562 ส่วนในการประชุมสุดยอดกลุ่ม G7 ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 52 ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง จะเป็นประธานการประชุม คาดว่าฝรั่งเศสจะเพิ่มวาระการประชุมเกี่ยวกับสถานการณ์ที่สำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ได้แก่ สถานการณ์ด้านพลังงาน ห่วงโซ่การผลิต และการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี และที่น่าสนใจอย่างมาก คือ มีรายงานเมื่อ 10 มิถุนายน 2569 ว่าฝรั่งเศสจะจัดการประชุมทางไกลระหว่างกลุ่ม G7 กับจีน เพื่อหารือแนวทางแก้ไขอุปสรรคการค้าและการลงทุนระหว่างกัน
ปัจจุบันกลุ่ม G7 มีมุมมองว่าเศรษฐกิจและตลาดโลกเผชิญความผันผวนสูงมาก และมีความเสี่ยงจาก 5 ปัจจัย ได้แก่ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ตัวแปรสำคัญทางเศรษฐกิจยังไม่เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น (persistent macroeconomic) ความไม่สมดุลเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ความไม่มั่นคงทางพลังงาน และนโยบายของรัฐที่มุ่งแทรกแซงกลไกตลาด (non-market policies and practices) ทั้ง 5 ปัจจัยทำให้ประเทศต่าง ๆ ควรหาช่องทางเจรจาและหารือกันมากขึ้น เพื่อขยายความร่วมมือด้านการค้า และสนับสนุนระบบเศรษฐกิจที่มั่นคง ทั้งนี้ กลุ่ม G7 ให้ความสำคัญกับการคัดค้านและวิจารณ์เชิงลบต่อนโยบายของรัฐที่มุ่งแทรกแซงกลไกตลาดอย่างมาก เช่น มาตรการอุดหนุนของรัฐ การทุ่มตลาด การขยายกำลังการผลิตส่วนเกิน และการจัดสรรทรัพยากรโดยรัฐ เนื่องจากมีมุมมองว่าไม่เป็นผลดีต่อกลไกการค้าเสรี







