![]()

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) หรือกองทัพอิหร่านเปิดเผยเมื่อ 10 มิถุนายน 2569 ว่า อิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ให้เรือขนส่งสินค้าทุกประเภทเดินทางผ่านได้ เพื่อกดดันสหรัฐฯ ให้ยุติการโจมตีอิหร่าน โดยสื่อมวลชนอิหร่านประกาศว่าปัจจุบันได้เริ่มสกัดกั้นการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวแล้ว ที่ผ่านมา อิหร่านอนุญาตให้เรือขนส่งสินค้าของบางประเทศเดินเรือผ่านเส้นทางดังกล่าวได้ หากมีการเจรจากับรัฐบาลอิหร่าน
สาเหตุที่อิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นข้อต่อรอง ก็เพื่อจะตอบโต้สหรัฐฯ ที่ปฏิบัติการโจมตีศูนย์อำนวยการด้านการทหารบริเวณชายฝั่งทางใต้ของอิหร่านใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ได้แก่ เมือง Sirik เมือง Jask และเกาะ Qeshm เมื่อ 9 มิถุนายน 2569 จากกรณีสหรัฐฯ อ้างว่า อิหร่านเป็นผู้ยิงเฮลิคอปเตอร์รุ่น Apache ของ ทอ.สหรัฐฯ ตก นอกจากนี้ เมื่อ 10 มิถุนายน 2569 IRGC ได้ปล่อยโดรนและขีปนาวุธพิสัยไกลเข้าโจมตีเป้าหมาย 21 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในฐานทัพสหรัฐฯ 3 แห่ง ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ ที่บาห์เรน จอร์แดน และคูเวต
ท่าทีของอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นประมาณร้อยละ 2.5 เมื่อ 11 มิถุนายน 2569 และทำให้บรรยากาศความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านตึงเครียดสูงขึ้น เนื่องจากต่างฝ่ายต่างพร้อมจะใช้ปฏิบัติการทางทหารตอบโต้กัน โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ วิจารณ์รัฐบาลอิหร่านเชิงลบ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่ารัฐบาลอิหร่านจะต้องชดใช้ เพราะใช้เวลานานเกินไปในการเจรจาข้อตกลงสันติภาพ และสหรัฐฯ พร้อมจะโจมตีอิหร่านอีกครั้ง ขณะที่ประธานาธิบดีอิหร่านระบุว่าพร้อมจะปกป้องความมั่นคงแห่งชาติ
ท่าทีของทั้ง 2 ฝ่ายที่ไม่ประนีประนอม ทำให้ทั่วโลกวิตกว่าภูมิภาคตะวันออกกลางจะเผชิญวิกฤตระยะยาว ด้านเลขาธิการสหประชาชาติ (UN) แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ และวิจารณ์ข้อตกลงหยุดยิง (ceasefire) ที่สหรัฐฯ กับอิหร่านทำร่วมกันเมื่อ เมษายน 2569 นั้น กลายเป็นเพียงข้อตกลงลดการยิง (lesser-fire) พร้อมทั้งเรียกร้องให้คู่ขัดแย้งใช้การทูตและการเจรจาเป็นเครื่องมือหลักในการบรรเทาความขัดแย้งและวิกฤตระหว่างประเทศ
ปัจจุบัน ผู้แทนสหรัฐฯ และผู้แทนอิหร่านเดินทางไปเยือนกาตาร์ เพื่อเจรจาหาแนวทางยุติความขัดแย้งระหว่างกันประกอบกับประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง เฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่เป็นที่ตั้งฐานทัพอากาศและฐานทัพเรือของสหรัฐฯ เสี่ยงตกเป็นเป้าหมายโจมตีของอิหร่านมากขึ้น ได้แก่ บาห์เรน คูเวต และจอร์แดน พร้อมทั้งประเมินว่าอิหร่านไม่สนใจคำข่มขู่ของสหรัฐฯ รวมทั้งไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเจรจาสันติภาพ เนื่องจากไม่เชื่อมั่นท่าทีของสหรัฐฯ ตลอดจนมีมุมมองว่าอิหร่านจำเป็นต้องตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยเครื่องมือทางทหาร เพื่อแสดงแสนยานุภาพทางทหาร ซึ่งผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า อิหร่านกำลังแสดงให้เห็นว่าใช้หลักการตอบโต้สหรัฐฯ แบบใหม่ จากเดิมที่เน้นหลักการวางแผนอย่างรอบคอบและมุ่งผลลัพธ์ที่จะสามารถทำลายความมั่นคงแห่งชาติ และมาตุภูมิของสหรัฐฯ ปรับไปเป็นการตอบโต้ตามสัดส่วนและทันที โดยมุ่งผลลัพธ์ผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทุกประเภท เพื่อทำให้สหรัฐฯ ตระหนักว่าอิหร่านจะตอบโต้ทุกครั้งที่มีการโจมตี







