![]()

ญี่ปุ่นเพิ่มบทบาทด้านการเป็นผู้นำการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในต่างประเทศ โดยมีรายงานเมื่อ 15 มิถุนายน 2569 ว่า ญี่ปุ่นกับสหราชอาณาจักรลงนามในข้อตกลงการลงทุนมูลค่าประมาณ 9,000 ล้านปอนด์ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับอุตสาหกรรมผลิตพลังงานสะอาด เฉพาะอย่างยิ่งพลังงานลมนอกชายฝั่ง (offshore wind) ในสหราชอาณาจักร ซึ่งการลงทุนดังกล่าวจะเป็นผลดีต่อความมั่นคงทางพลังงานของสหราชอาณาจักร ที่มีเป้าหมายลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล
การขยายความร่วมมือด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน เป็นผลจากการพบหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีทาคาอิชิ ซานาเอะ ผู้นำญี่ปุ่นกับนายกรัฐมนตรี Keir Starmer ผู้นำสหราชอาณาจักร ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยทั้ง 2 ประเทศเห็นพ้องว่าการกระชับความร่วมมือด้านเทคโนโลยี พลังงาน และเศรษฐกิจจะเป็นผลดีต่อทั้ง 2 ฝ่าย ภายใต้กรอบ Frontier Technology Partnership (FTP) ซึ่งนอกจากความร่วมมือด้านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดแล้ว ญี่ปุ่นกับสหราชอาณาจักรยังลงนามในความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีอวกาศ เทคโนโลยีควอนตัม และความมั่นคงไซเบอร์ พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายให้ญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักรเป็นผู้นำโลกด้านการส่งเสริมระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ สะท้อนว่า ญี่ปุ่นกับสหราชอาณาจักรต้องการสร้างบทบาทเป็นผู้นำโลกด้าน AI และเทคโนโลยีล้ำสมัยเช่นกัน เฉพาะอย่างยิ่งญี่ปุ่นที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม AI Summit ในปี 2570
แนวโน้มความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นกับสหราชอาณาจักรด้านเทคโนโลยีจะใกล้ชิดขึ้น โดยทั้ง 2 ประเทศแบ่งบทบาทกันเพื่อสร้างระบบเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและตอบสนองยุทธศาสตร์การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่สำคัญต่อโลกร่วมกัน ที่น่าจับตามองอย่างมาก คือ เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และการสร้างห่วงโซ่การผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวติง เนื่องจากสหราชอาณาจักรมีความเชี่ยวชาญด้านวิชาการและมีบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวมากเป็นอันดับ 4 ของโลก จะทำหน้าที่พัฒนาซอฟต์แวร์และการวิจัย ขณะที่ญี่ปุ่นจะทำหน้าที่ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์ และคาดว่าญี่ปุ่นจะได้โอกาสแลกเปลี่ยนความรู้จากสหราชอาณาจักรด้วย







