![]()

สถานการณ์ความตึงเครียดและความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยังไม่แน่นอน จากกรณีมีรายงานว่าทั้ง 2 ฝ่ายใช้การโจมตีทางทหารตอบโต้กันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะอยู่ระหว่างการทำข้อตกลงหยุดยิง สะท้อนว่ากองทัพของทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่เชื่อมั่นในกระบวนการเจรจาหยุดยิงที่เป็นขั้นตอนสู่การสร้างสันติภาพในระยะยาว โดยตั้งแต่สหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงระดับบันทึกความเข้าใจ (MoU) เมื่อกลาง มิถุนายน 2569 เพื่อหยุดยิงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยตามปกติ แต่ยังคงมีรายงานความเคลื่อนไหวด้านการทหารของทั้ง 2 ฝ่ายที่เป็นอันตรายต่อการเดินเรือ
ทั้งนี้ เช่น กรณีเรือพาณิชย์ติดธงชาติปานามา ถูกโจมตีด้วยอากาศยานไร้คนขับ ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อ 27 มิถุนายน 2569 สหรัฐฯ กับอิหร่านต่างฝ่ายต่างกล่าวโทษกันว่าละเมิด MoU หยุดยิงก่อน ทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคยังไม่แน่นอนและยังคงมีการโจมตีตอบโต้กันในพื้นที่ ซึ่งอาจสะท้อนว่ากองทัพของทั้ง 2 ฝ่ายยังมีความพร้อมเพียงพอที่จะใช้กำลังทหารตอบโต้กัน
มีข้อสังเกตว่า นอกจากความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ กรณีอิสราเอลยังคงโจมตีกองกำลังติดอาวุธในเลบานอนอย่างต่อเนื่อง ก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาคตึงเครียด เพราะเป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทำให้อิหร่านไม่พอใจ และพร้อมจะใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และการทหาร ควบคุมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ โดยไม่แจ้งสหรัฐฯ ล่วงหน้า ดังนั้น มีความเป็นไปได้ว่าอิหร่านใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นข้อต่อรองและกดดันสหรัฐฯ ให้ไปยุติปฏิบัติการของอิสราเอลในพื้นที่อื่น ๆ
แม้ว่าอิหร่านจะใช้ช่องแคบฮอร์มุซ กดดันสหรัฐฯ แต่ผู้นำสหรัฐฯ ไม่มีท่าทีว่าจะยอมเป็นฝ่ายเสียเปรียบหรือต้องทำตามแรงกดดันจากอิหร่าน พิจารณาจากกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เมื่อ 28 มิถุนายน 2569 โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะจะใช้กำลังทหารข่มขู่คุกคามความมั่นคงและระบอบการเมืองของอิหร่าน ทำให้บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศไม่ไว้วางใจกันอีกครั้ง
ความตึงเครียดในระยะนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากการขนส่งน้ำมันและพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม กาตาร์และประเทศตัวกลางการเจรจาต่าง ๆ ผลักดันและสนับสนุนให้สหรัฐฯ กับอิหร่านหารือกันใน 30 มิถุนายน 2569 เพื่อหาแนวทางลดความตึงเครียด เฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมดูแลช่องแคบฮอร์มุซให้ปลอดภัย ซึ่งปัจจุบัน นายอับบาส อะราคชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านย้ำว่า อิหร่านต้องมีสิทธิควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และหากมีความเคลื่อนไหวใด ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายดังกล่าว อิหร่านก็พร้อมจะใช้มาตรการรุนแรงและเด็ดขาดทันที ซึ่งที่น่าสนใจ คือ กรณีกองทัพอิหร่านโจมตีฐานทัพและโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ที่อยู่ในคูเวตและบาห์เรนด้วย







