เกาหลีใต้จะลงทุนพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และ AI

รัฐบาลเกาหลีใต้เมื่อ 29 มิถุนายน 2569 เปิดเผยว่ามีโครงการลงทุนพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มูลค่าอย่างน้อย 880,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศ โดยเชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญในโครงการขนาดใหญ่ 3 ด้านที่รัฐบาลประกาศไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ การพัฒนาเกาหลีใต้ให้เป็นศูนย์กลางของโลกด้านการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ข้อมูล (data) และเทคโนโลยีหุ่นยนต์  ด้านประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ ประกาศว่าโครงการลงทุนดังกล่าวจะทำให้เกาหลีใต้เป็นผู้นำโลกด้านเทคโนโลยี ทั้งนี้ สื่อมวลชนมีข้อสังเกตว่า รัฐบาลเกาหลีใต้จะร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำของประเทศ ได้แก่ บริษัท Samsung และบริษัท SK Hynix เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว ผู้นำเกาหลีใต้เชื่อว่า 3 องค์ประกอบที่จะทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีในอนาคต ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ เครื่องจักรที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ และข้อมูลที่ใช้ในการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (data) โดยแผนการลงทุนครั้งนี้จะให้ความสำคัญกับการกระจายการลงทุนไปยังพื้นที่นอกกรุงโซล เพื่อเพิ่มอัตราการจ้างงานในเมืองอื่น ๆ ท่าทีของเกาหลีใต้มีขึ้นในห้วงที่จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ประกาศเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเพิ่มงบประมาณการลงทุนมหาศาล อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนแสดงความกังวลว่าเกาหลีใต้ รวมทั้งประเทศผู้พัฒนาเทคโนโลยีทั่วโลกกำลังเร่งลงทุนและเพิ่มพูนขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มากเกินไป จนอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าที่แท้จริงและมีผลต่อการลงทุน รวมทั้งตลาดหลักทรัพย์ที่ผันผวนตามการเปลี่ยนแปลงนโยบายของบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีหรือ…

ผู้นำกัมพูชาย้ำให้ความสำคัญกับการปราบปรามสแกมเมอร์

สื่อมวลชนกัมพูชารายงานเมื่อ 29 มิถุนายน 2569 อ้างท่าทีของนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เปิดเผยระหว่างการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจในประเทศ ที่กรุงพนมเปญ เมื่อ 27 มิถุนายน 2569 ว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันให้ความสำคัญอย่างมากกับการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะสแกมเมอร์ เนื่องจากจะเป็นขั้นตอนสำคัญสู่การปรับปรุงและฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศต่อนานาชาติ นายกรัฐมนตรีกัมพูชาระบุว่า เครือข่ายสแกมเมอร์เกิดขึ้นและกระจายตัวไปยังหลายประเทศ แต่สถานการณ์ในกัมพูชาน่าห่วงกังวล เนื่องจากเครือข่ายอาชญากรรมดังกล่าวขยายตัวอย่างรวดเร็ว เชื่อมโยงกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย และธุรกิจสีเทา ไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ความปลอดภัย การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของประเทศ ที่สำคัญ คือ ปัญหาดังกล่าวทำให้กัมพูชาถูกกล่าวหาว่าเป็นศูนย์กลางหรือฐานปฏิบัติการที่สำคัญของเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งเป้นข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรม ดังนั้น รัฐบาลกัมพูชาจึงต้องการให้ประชาชนและทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือในการปราบปรามและฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศโดยเร็วและต่อเนื่อง กัมพูชายกระดับความสำคัญของปัญหาเครือข่ายสแกมเมอร์เมื่อ พฤษภาคม 2569 หลังจากเผชิญกระแสวิจารณ์เชิงลบจากนานาชาติ รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่ง องค์กร Amnesty International ที่วิจารณ์กัมพูชาเชิงลบเมื่อต้นปี 2569 กรณีอนุญาตให้มีการประกอบธุรกิจกาสิโนในประเทศ เนื่องจากองค์กรดังกล่าวเชื่อว่าธุรกิจกาสิโนมีความเชื่อมโยงกับอาชญากรรมออนไลน์และเครือข่ายสแกมเมอร์ รวมทั้งการค้ามนุษย์ที่เป็นภัยคุกคามต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งนี้ กัมพูชาประเมินว่าปัญหาอาชญากรรมสแกมเมอร์และความขัดแย้งระหว่างกัมพูชา-ไทย เป็น 2 อุปสรรคสำคัญด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศ เนื่องจากกระทบความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่กังวลด้านความปลอดภัย  

จีนเผยแพร่รายงานประเมินการปฏิบัติตาม UNCLOS

กระทรวงทรัพยากรของจีนเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 เผยแพร่รายงานประเมินการปฏิบัติตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS (Assessment Report on the United Nations Convention on the Law of the Sea) ซึ่งเป็นผลการรวบรวมข้อมูลและจัดทำโดยสถาบันกิจการทางทะเลของจีน (CIMA) เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ บทบาท การบังคับใช้และการปฏิบัติตามอนุสัญญาดังกล่าวที่เปรียบเสมือนกฎหมายทางทะเลที่สำคัญของโลก รวมทั้งประเมินความท้าทายในการบังคับใช้ UNCLOS ในอนาคต โดยรัฐบาลจีนจัดทำและเผยแพร่รายงานดังกล่าวเนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีที่จีนเป็นสมาชิก UNCLOS ในปี 2569 และเป็นช่วงที่จีนเผชิญความท้าทายในการบริหารจัดการความมั่นคงทางทะเลบ่อยครั้ง จากความเคลื่อนไหวของฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้ รายงานดังกล่าวยืนยันว่าจีนปฏิบัติตามข้อกำหนดของ UNCLOS และกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด รวมทั้งสนับสนุนให้ UNCLOS เป็นกลไกและเครื่องมือหลักในการรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม จีนพบว่ามีการใช้ UNLOCS ในลักษณะที่เป็นความท้าทายต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ เช่น การตีความอนุสัญญาดังกล่าวไม่ถูกต้อง การบิดเบือนความหมาย และการใช้ประโยชน์จากกระบวนการทางกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ของบางประเทศ ทำให้ UNCLOS ตกเป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ที่ขัดแย้งกับหลักการของสหประชาชาติ จีนยกตัวอย่างกรณีฟิลิปปินส์ใช้ประโยชน์จาก…