![]()

กระทรวงทรัพยากรของจีนเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 เผยแพร่รายงานประเมินการปฏิบัติตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS (Assessment Report on the United Nations Convention on the Law of the Sea) ซึ่งเป็นผลการรวบรวมข้อมูลและจัดทำโดยสถาบันกิจการทางทะเลของจีน (CIMA) เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ บทบาท การบังคับใช้และการปฏิบัติตามอนุสัญญาดังกล่าวที่เปรียบเสมือนกฎหมายทางทะเลที่สำคัญของโลก รวมทั้งประเมินความท้าทายในการบังคับใช้ UNCLOS ในอนาคต โดยรัฐบาลจีนจัดทำและเผยแพร่รายงานดังกล่าวเนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีที่จีนเป็นสมาชิก UNCLOS ในปี 2569 และเป็นช่วงที่จีนเผชิญความท้าทายในการบริหารจัดการความมั่นคงทางทะเลบ่อยครั้ง จากความเคลื่อนไหวของฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้
รายงานดังกล่าวยืนยันว่าจีนปฏิบัติตามข้อกำหนดของ UNCLOS และกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด รวมทั้งสนับสนุนให้ UNCLOS เป็นกลไกและเครื่องมือหลักในหารรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม จีนพบว่ามีการใช้ UNLOCS ในลักษณะที่เป็นความท้าทายต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ เช่น การตีความอนุสัญญาดังกล่าวไม่ถูกต้อง การบิดเบือนความหมาย และการใช้ประโยชน์จากกระบวนการทางกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ของบางประเทศ ทำให้ UNCLOS ตกเป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ที่ขัดแย้งกับหลักการของสหประชาชาติ
จีนยกตัวอย่างกรณีฟิลิปปินส์ใช้ประโยชน์จาก UNCLOS ด้วยการบิดเบือนความหมายการตัดสินโดยศาลอนุญาโตตุลาการเมื่อปี 2559 คดีพิพาททางทะเลเหนือพื้นที่ในทะเลจีนใต้ เพื่ออ้างอธิปไตยเหนือพื้นที่พิพาทระหว่างฟิลิปปินส์-จีน โดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของจีนมีมุมมองว่า ฟิลิปปินส์นเชื่อมโยงประเด็นอธิปไตยเหนือดินแดนเข้ากับข้อพิพาททางทะเล และพยายามใช้ UNCLOS แก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งที่ UNCLOS ไม่มีอำนาจครอบคลุมการแก้ไขปัญหาอธิปไตยเหนือดินแดน สะท้อนว่าฟิลิปปินส์พยายามใช้อนุสัญญาระหว่างประเทศบิดเบือนความจริง ผสมปัญหา 2 เรื่องโดยใช้กลไกแก้ไขที่ไม่ถูกต้อง และแสวงประโยชน์โดยไม่ชอบธรรม
การที่จีนเผยแพร่รายงานดังกล่าวในห้วงนี้ คาดว่าเป็นไปเพื่อคัดค้านความเคลื่อนไหวของฟิลิปปินส์ที่ใช้ UNCLOS เป็นเหตุผลในการโจมตีความเคลื่อนไหวของจีนในทะเลจีนใต้มาโดยตลอด นอกจากนี้ จีนยังพยายามใช้บทบาทประเทศสมาชิก UNCLOS เป็นผู้นำในการทบทวนการใช้อนุสัญญาดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศ ตลอดจนตั้งคำถามเรื่องความท้าทายของนานาชาติจากการที่บางประเทศใช้กฎหมายระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบหรือความชอบะรรมในการดำเนินนโยบาย แต่ไม่ยุติธรรม หรือมีลักษณะเป็นสองมาตรฐาน (double standard) ซึ่งอาจส่งผลให้กฎหมายระหว่างประเทศไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป ขณะที่จีนเห็นว่าทั่วโลกควรให้ความสำคัญกับกฎหมายระหว่างประเทศและองค์กรนานาชาติ เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญในการรักษาสันติภาพโลกในระยะยาว







