CyberXplore ปักษ์หลัง มิ.ย.2569
CyberXplore ฉบับปักษ์หลังหลังมิถุนายน 2569 รายงานสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วโลก สรุปเหตุการณ์สำคัญและแนวโน้มภัยคุกคามในรอบ 15 วัน
เพื่อยกระดับการรับรู้และเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน
CyberXplore ฉบับปักษ์หลังหลังมิถุนายน 2569 รายงานสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วโลก สรุปเหตุการณ์สำคัญและแนวโน้มภัยคุกคามในรอบ 15 วัน
เพื่อยกระดับการรับรู้และเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน
สื่อมวลชนต่างประเทศเมื่อ 29 มิถุนายน 2569 ให้ความสนใจรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าในมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันเผชิญภาวะ “ทุเรียนล้นตลาด” จนทำให้ผู้ค้าทุเรียนในประเทศต้องลดราคาร้อยละ 50 หรือจัดกิจกรรมแจกจ่ายทุเรียน ตั้งแต่ห้วงกลาง มิถุนายน 2569 ซึ่งแม้ว่าจะเป็นผลดีต่อผู้บริโภค แต่ผู้ค้าขายและเกษตรกรอาจได้รับผลกระทบเนื่องจากสูญเสียกำไร ก่อนหน้านี้ เกษตรกรชาวมาเลเซียให้ความสนใจและเลือกปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีราคาสูงและสามารถส่งออกไปยังจีนได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีเกษตรกรปลูกและผลิตทุเรียนจำนวนมาก ทำให้มีการแข่งขันสูงทั้งด้านราคาและคุณภาพ ขณะที่จีนและตลาดรับซื้อทุเรียนเกรดส่งออก จะคัดเลือกสินค้าอย่างเข้มงวด ทำให้ทุเรียนที่มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐานส่งออก ตกค้างในประเทศปริมาณมากกว่าที่คาดการณ์ เกษตรกรต้องตัดสินใจขายสินค้าดังกล่าวในราคาที่ไม่ได้กำไร โดยแม้ว่าจะเป็นทุเรียนสายพันธุ์ Musang King ที่ได้รับความนิยมสูง แต่ราคาก็ตกต่ำลงเช่นกัน สื่อต่างประเทศให้ความสนใจวิธีการจัดการกับปัญหาทุเรียนล้นตลาดของร้านค้า Durian Ninja ในสิงคโปร์ ซึ่งแจกจ่ายทุเรียนไม่จำกัดจำนวนในราคา 24 ดอลลาร์สหรัฐ และมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งผู้ประกอบการระบุว่าต้องการคืนกำไรให้ผู้บริโภค และคาดหวังว่ากิจกรรมดังกล่าวจะช่วยเพิ่มฐานผู้บริโภคทุเรียนมากขึ้น ควบคู่กับทำให้ผู้บริโภคพึงพอใจกับราคาทุเรียน เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทุเรียนเป็นผลผลิตเกษตรกรรมที่มีราคาค่อนข้างสูงในประเทศ จึงมีข้อจำกัดในการขยายฐานผู้นิยมบริโภคผลไม้ดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ นอกจากความท้าทายจากการจัดการกับภาวะทุเรียนล้นตลาดแล้ว เกษตรกรผู้ผลูกทุเรียนในมาเลเซียยังเผชิญความท้าทายในการเพาะปลูก เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและแปรปรวนด้วย เฉพาะอย่างยิ่งเหตุฝนตกหนัก ลงแรง และสภาพอากาศเย็นกว่าที่คาดการณ์ ส่งผลกระทบต่อผลผลิตในปี…
ผู้แทนจากรัฐบาลสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโกจะรวมตัวกันเพื่อทบทวนและหารือประเด็นความร่วมมือด้านการค้าในกรอบ USMCA หรือข้อตกลงสหรัฐอเมริกา-เม็กซิโก-แคนาดา ใน 1 กรกฎาคม 2569 โดยทั่วดลกกำลังจับตามมองท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อาจไม่ต่ออายุข้อตกลงดังกล่าว เพื่อปกป้องผลประโยชน์ด้านการค้าและเพิ่มพูนอำนาจต่อรองทางการค้าของสหรัฐฯ ต่อแคนาดาและเม็กซิโก ตามนโยบาย America First ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่ทั่วดลกคาดการณ์ว่าแคนาดากับเม็กซิโกต้องการต่ออายุข้อตกลงดังกล่าว เพื่อใช้เป็นกรอบป้องกันมาตรการการค้าหรือมาตรการภาษีฝ่ายเดียวจากสหรัฐฯ ที่จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ในภูมิภาคอเมริกาเหนือ รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศทบทวนข้อตกลงดังกล่าวเมื่อปี 2568 และใช้การเจรจาทวิภาคีกับแคนาดาและเม็กซิโก เพื่อปรับปรุงอุปสรรคการค้า เนื่องจากรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์เชื่อว่าการเจรจาทวิภาคีจะได้ผลดีมากกว่าการเจรจรา 3 ฝ่าย อย่างไรก็ตาม ชาวอเมริกัน ผู้ประกอบการ และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่สนับสนุนให้รัฐบาลต่ออายุข้อตกลง USMCA ต่อไป โดยผลสำรวจความคิดเห้นพบว่าชาวอเมริกันร้อยละ 75 มีมุมมองว่าข้อตกลง USMCA เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ การเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-แคนาดามีแนวโน้มเป็นอุปสรรคในการต่ออายุข้อตกลง USMCA เนื่องจากที่ผ่านมามีความคืบหน้าน้อย ขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-เม็กซิโกมีผลผลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากกว่า ปัจจุบัน สหรัฐฯ ต้องการให้แคนาดาเปิดตลาดผลิตภัณฑ์จากนม ยกเลิกภาษีธุรกิจและอุตสาหกรรมการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Streaming) และยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากสหรัฐฯ ด้านแคนาดาต้องการให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการภาษีต่อสินค้าสำคัญ ได้แก่ เหล็ก…
ชาวแอฟริกาใต้ที่ไม่พอใจนโยบายการจัดการผู้อพยพของรัฐบาล เตรียมชุมนุมประท้วงใน 30 มิถุนายน 2569 เพื่อแสดงจุดยืนทางการเมืองและสังคม โดยต้องการกดดันผู้อพยพที่เดินทางเข้าแอฟริกาใต้อย่างผิดกฎหมาย ให้เร่งเดินทางกลับภูมิลำเนา เนื่องจากผู้อพยพกลุ่มดังกล่าวเป็นสาเหตุปัญหาสังคมและเศรษฐกิจในแอฟริกาใต้ ควบคู่กับต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและดูแลสวัสดิการชาวแอฟริกาใต้เป็นอันดับแรก ปัจจุบันแอฟริกาใต้มีผู้อพยพประมาณ 2.4 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 4 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ส่วนใหญ่เดินทางไปจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อประกอบอาชีพ อย่างไรก็ตาม การที่ชาวแอฟริกาใต้เผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มขึ้น ทำให้ชาวแอฟริกาใต้มีมุมมองเชิงลบต่อผู้อพยพว่าเข้าไปเพิ่มปัญหาและแย่งชิงทรัพยากรทางเศรษฐกิจและสังคมจากประชาชน โดยเฉพาะการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข ขณะที่กลุ่ม Operation Dudula ที่เป็นภาคประชาสังคมและเป็นผู้นำการต่อต้านผู้อพยพในแอฟริกาใต้ ใช้กระแสความไม่พอใจดังกล่าว ประกอบกับทัศนคติที่เชื่อว่าชาวต่างชาติจะครอบงำแอฟริกาใต้ เป็นประเด็นหลักในการโจมตีนโยบายสวัสดิการของรัฐบาล รวมทั้งเคลื่อนไหวจนทำให้ได้รับการสนับสนุนจากชาวแอฟริกาใต้จำนวนมาก กระแสต่อต้านผู้อพยพที่รุนแรงและตึงเครียดในแอฟริกาใต้ ทำให้ผู้อพยพที่เดินทางไปจากประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคแอฟริกาวิตกกังวล และทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะประเทศกานา มาลาวี โมซัมบิก ไนจีเรียและซิมบับเว เนื่องจากกระแสต่อต้านผู้อพยพและชาวต่างชาติในแอฟริกาใต้เคยนำไปสู่เหตุความรุนแรงเมื่อปี 2551 ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 60 คน รัฐบาลแอฟริกาใต้เปิดโอกาสให้มีการชุมนุมเพื่อแสดงสิทธิ ทั้งในกรุง Johannesburg เมือง Durban และเมืองอื่น ๆ พร้อมย้ำเตือนผู้จัดการชุมนุม หรือ Operation Dudula รวมทั้งผู้ชุมนุมให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบการชุมนุม โดยปราศจากการใช้ความรุนแรง…
สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ มีพัฒนาการที่น่าสนใจอย่างมาก กรณีอิหร่านเปิดเผยเมื่อ 29 มิถุนายน 2569 ยืนยันว่าไม่มีการเจรจากับสหรัฐฯ ที่กาตาร์ ตามที่ประธานิบดีสหรัฐฯ กล่าวอ้าง แต่อิหร่านได้บรรลุการหารือกับโอมาน เกี่ยวกับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซในอนาคตต่อไป โดยเป็นการหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านและโอมาน และทั้ง 2 ฝ่ายมีความเข้าใจร่วมกันว่า ประเทศที่มีอาณาเขตติดกับช่องแคบฮอร์มุซจะมีสิทธิบริหารจัดการการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และในอนาคต ทั้ง 2 ประเทศอาจเก็บค่าธรรมเนียมบริการจากเรือทุกประเภทที่เดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว และจากนี้ไป อิหร่านกับโอมานจะหารือกันอย่างใกล้ชิดผ่านคณะกรรมาธิการที่จัดตั้งร่วมกัน ความตกลงระหว่างอิหร่านกับโอมาน ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ช่องแคบฮอร์มุซเป้นเส้นทางเดินเรือที่ทุกประเทศสามารถใช้ประโยชน์ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรืออย่างน้อยต้องให้สหรัฐฯ มีบทบาทในการบริหารจัดการด้วย ดังนั้น การที่อิหร่านประกาศว่าได้ตกลงร่วมกันโอมานแล้ว พร้อมทั้งปฏิเสธที่จะเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อลดระดับความตึงเครียด อาจทำให้สหรัฐฯ ไม่พอใจ และส่งผลเสียต่อบรรยากาศการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ -อิหร่านในอนาคต แม้ว่าอิหร่านจะปฏิเสธการเจรจากับสหรัฐฯ ที่กาตาร์ใน 30 มิถุนายน 2569 แต่ได้ส่งผู้แทนรัฐบาลไปเยือนกาตาร์จริง เพื่อภารกิจติดตามความคืบหน้ากรณีสหรัฐฯ จะทยอยยกเลิกมาตรการอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน นอกจากนี้ อิหร่านยังคัดค้านกรณีฝรั่งเศส เสนอแผนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ โดยวิจารณ์ท่าทีของฝรั่งเศสว่าเป็นการยั่วยุและแทรกแซง พร้อมย้ำว่าปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นเระเบิดในพื้นที่ดังกล่าวต้องเป็นไปตามข้อเสนอของอิหร่านเท่านั้น ท่าทีของโอมานจะเป็นตัวแปรสำคัญในสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากมีส่วนได้ส่วนเสียในการบริหารช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนหน้านี้ โอมานเคยประกาศว่าไม่เห็นด้วยกับการเก็บค่าธรรมเนียมเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และสนับสนุนข้อเสนอของสหประชาชาติ…
รัฐบาลเกาหลีใต้เมื่อ 29 มิถุนายน 2569 เปิดเผยว่ามีโครงการลงทุนพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มูลค่าอย่างน้อย 880,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศ โดยเชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญในโครงการขนาดใหญ่ 3 ด้านที่รัฐบาลประกาศไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ การพัฒนาเกาหลีใต้ให้เป็นศูนย์กลางของโลกด้านการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ข้อมูล (data) และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ด้านประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ ประกาศว่าโครงการลงทุนดังกล่าวจะทำให้เกาหลีใต้เป็นผู้นำโลกด้านเทคโนโลยี ทั้งนี้ สื่อมวลชนมีข้อสังเกตว่า รัฐบาลเกาหลีใต้จะร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำของประเทศ ได้แก่ บริษัท Samsung และบริษัท SK Hynix เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว ผู้นำเกาหลีใต้เชื่อว่า 3 องค์ประกอบที่จะทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีในอนาคต ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ เครื่องจักรที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ และข้อมูลที่ใช้ในการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (data) โดยแผนการลงทุนครั้งนี้จะให้ความสำคัญกับการกระจายการลงทุนไปยังพื้นที่นอกกรุงโซล เพื่อเพิ่มอัตราการจ้างงานในเมืองอื่น ๆ ท่าทีของเกาหลีใต้มีขึ้นในห้วงที่จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ประกาศเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเพิ่มงบประมาณการลงทุนมหาศาล อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนแสดงความกังวลว่าเกาหลีใต้ รวมทั้งประเทศผู้พัฒนาเทคโนโลยีทั่วโลกกำลังเร่งลงทุนและเพิ่มพูนขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มากเกินไป จนอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าที่แท้จริงและมีผลต่อการลงทุน รวมทั้งตลาดหลักทรัพย์ที่ผันผวนตามการเปลี่ยนแปลงนโยบายของบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีหรือ…
สื่อมวลชนกัมพูชารายงานเมื่อ 29 มิถุนายน 2569 อ้างท่าทีของนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เปิดเผยระหว่างการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจในประเทศ ที่กรุงพนมเปญ เมื่อ 27 มิถุนายน 2569 ว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันให้ความสำคัญอย่างมากกับการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะสแกมเมอร์ เนื่องจากจะเป็นขั้นตอนสำคัญสู่การปรับปรุงและฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศต่อนานาชาติ นายกรัฐมนตรีกัมพูชาระบุว่า เครือข่ายสแกมเมอร์เกิดขึ้นและกระจายตัวไปยังหลายประเทศ แต่สถานการณ์ในกัมพูชาน่าห่วงกังวล เนื่องจากเครือข่ายอาชญากรรมดังกล่าวขยายตัวอย่างรวดเร็ว เชื่อมโยงกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย และธุรกิจสีเทา ไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ๋ความปลอดภัย การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของประเทศ ที่สำคัญ คือ ปัญหาดังกล่าวทำให้กัมพูชาถูกกล่าวหาว่าเป็นศูนย์กลางหรือฐานปฏิบัติการที่สำคัญของเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งเป้นข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรม ดังนั้น รัฐบาลกัมพูชาจึงต้องการให้ประชาชนและทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือในการปราบปรามและฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศโดยเร็วและต่อเนื่อง กัมพูชายกระดับความสำคัญของปัญหาเครือข่ายสแกมเมอร์เมื่อ พฤษภาคม 2569 หลังจากเผชิญกระแสวิจารณ์เชิงลบจากนานาชาติ รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่ง องค์กร Amnesty International ที่วิจารณ์กัมพูชาเชิงลบเมื่อต้นปี 2569 กรณีอนุญาตให้มีการประกอบธุรกิจกาสิโนในประเทศ เนื่องจากองค์กรดังกล่าวเชื่อว่าธุรกิจกาสิโนมีความเชื่อมโยงกับอาชญากรรมออนไลน์และเครือข่ายสแกมเมอร์ รวมทั้งการค้ามนุษย์ที่เป็นภัยคุกคามต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งนี้ กัมพูชาประเมินว่าปัญหาอาชญากรรมสแกมเมอร์และความขัดแย้งระหว่างกัมพูชา-ไทย เป็น 2 อุปสรรคสำคัญด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศ เนื่องจากกระทบความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่กังวลด้านความปลอดภัย
กระทรวงทรัพยากรของจีนเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 เผยแพร่รายงานประเมินการปฏิบัติตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS (Assessment Report on the United Nations Convention on the Law of the Sea) ซึ่งเป็นผลการรวบรวมข้อมูลและจัดทำโดยสถาบันกิจการทางทะเลของจีน (CIMA) เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ บทบาท การบังคับใช้และการปฏิบัติตามอนุสัญญาดังกล่าวที่เปรียบเสมือนกฎหมายทางทะเลที่สำคัญของโลก รวมทั้งประเมินความท้าทายในการบังคับใช้ UNCLOS ในอนาคต โดยรัฐบาลจีนจัดทำและเผยแพร่รายงานดังกล่าวเนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีที่จีนเป็นสมาชิก UNCLOS ในปี 2569 และเป็นช่วงที่จีนเผชิญความท้าทายในการบริหารจัดการความมั่นคงทางทะเลบ่อยครั้ง จากความเคลื่อนไหวของฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้ รายงานดังกล่าวยืนยันว่าจีนปฏิบัติตามข้อกำหนดของ UNCLOS และกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด รวมทั้งสนับสนุนให้ UNCLOS เป็นกลไกและเครื่องมือหลักในหารรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม จีนพบว่ามีการใช้ UNLOCS ในลักษณะที่เป็นความท้าทายต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ เช่น การตีความอนุสัญญาดังกล่าวไม่ถูกต้อง การบิดเบือนความหมาย และการใช้ประโยชน์จากกระบวนการทางกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ของบางประเทศ ทำให้ UNCLOS ตกเป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ที่ขัดแย้งกับหลักการของสหประชาชาติ จีนยกตัวอย่างกรณีฟิลิปปินส์ใช้ประโยชน์จาก…
Global Gaze ปักษ์หลังเดือนมิถุนายน 2569 รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจรอบโลกพร้อมประเมินแนวโน้ม