UNHCR ให้ไทยเป็นต้นแบบการบริหารจัดการปัญหาผู้อพยพ

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เห็นว่าการบริหารจัดการกับผู้ลี้ภัยของไทย เฉพาะอย่างยิ่งการเปิดโอกาสให้ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาในค่ายพักพิง ได้รับการจ้างงานอย่างถูกกฎหมาย จะเป็นต้นแบบในการจัดการปัญหาผู้ลี้ภัยระยะยาวให้แก่ประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวของไทยจะเกิดขึ้นจากความจำเป็นที่ได้รับผลกระทบที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ 2.0 มีนโยบายตัดความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นกับกัมพูชาบริเวณชายแดนทำให้ระงับการนำเข้าแรงงานจากกัมพูชาทั้งหมด นาย Raouf Mazou ผู้ช่วย UNHCR ให้สัมภาษณ์ เมื่อ 9 มิถุนายน 2569 ว่า นโยบายของไทยที่เปิดโอกาสให้ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาในค่ายพักพิงตามแนวชายสามารถทำงานได้ จะเป็นต้นแบบให้แก่ประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น บังกลาเทศ และมาเลเซีย รวมทั้งทำให้เกิดผลดีต่อระบบเศรษฐกิจอย่างถูกกฎหมาย และตั้งแต่รัฐบาลเริ่มดำเนินโครงการเมื่อตุลาคม 2568 มีผู้ลี้ภัยมากกว่า 5,500 คน ได้รับการจ้างงานแล้ว ซึ่ง UNHCR คาดว่าอาจมีผู้ลี้ภัยอีก 10,000–20,000 คน จะมีโอกาสได้งานทำในปี 2570 นาย Mazou ยังเห็นว่า ไทยดำเนินมาตรการคุ้มครองสิทธิแรงงานของผู้ลี้ภัย เช่น ค่าจ้างแรงขั้นต่ำ  ด้านการรักษาพยาบาล และการออกบัตรประจำตัว แต่ก็เห็นว่ายังมีข้อจำกัด เช่น เสรีภาพในการเดินทาง และการปรับตัวจากการที่ใช้ชีวิตที่ค่ายพักพิงมาเป็นเวลานาน ดังนั้น เห็นว่าไทยควรสนับสนุนให้แรงงานเหล่านี้…

รมว.กต.ญี่ปุ่น พบหารือกับ รมว.กต.ไทย

นายโมเตกิ โทชิมิตสึ รมว.กต.ญี่ปุ่น พบหารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รอง นรม. และ รมว.กต.ไทย เมื่อ 12 มิ.ย.69 ที่ญี่ปุ่น โดยนายโมเตกิแสดงความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมแสดงความประสงค์ยกระดับความร่วมมือกับไทยอย่างรอบด้าน เช่น วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และความมั่นคง เนื่องในโอกาสครบรอบ 140 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างญี่ปุ่นกับไทยในปี 2570 รวมถึงความร่วมมือเพื่อส่งเสริมให้ประเทศในภูมิภาคสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเสรีภาพในการตัดสินใจภายใต้แนวคิดอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง   ขณะที่นายสีหศักดิ์สนับสนุนกรอบความร่วมมือ Partnership on Wide Energy and Resources Resilience (POWERR Asia) ที่นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น เป็นผู้ริเริ่ม พร้อมแสดงความประสงค์จะส่งเสริมความร่วมมือกับญี่ปุ่นอย่างรอบด้าน รวมถึงด้านปัญญาประดิษฐ์ และการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานพลังงานและทรัพยากรในภูมิภาค นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับกิจการระหว่างประเทศ เช่น ปัญหาชายแดนกัมพูชาและชายแดนเมียนมา สถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลาง ความท้าทายในทะเลจีน ตอ. และทะเลจีนใต้ และนโยบายต่อเกาหลีเหนือ

ไทยเผชิญปัญหาแม่น้ำปนเปื้อนสารพิษจากการทำเหมืองในเมียนมา

Channel News Asia ของสิงคโปร์ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับปัญหาแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขงในไทย ปนเปื้อนสารพิษ โดยเฉพาะสารหนูที่ตรวจพบว่าสูงเกินมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งเป็นผลจากการทำเหมืองแร่ในเมียนมา ทำให้ประชาชนที่พึ่งพาแม่น้ำกังวลเความปลอดภัยในอาหาร มีรายได้ลดลง และมีความเสี่ยงด้านสุขภาพในระยะยาว ด้านรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาในระยะสั้นด้วยการจัดหาแหล่งน้ำทางเลือก และตรวจสอบคุณภาพน้ำ รวมถึงมีแผนให้ประเทศที่สามเจรจากับเมียนมา และใช้กลไกคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ขณะที่นักวิชาการต้องการให้จีนเข้ามามีบทบาทในการปกป้องประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมือง ซึ่งหลายแห่งได้รับเงินทุนสนับสนุนจากบริษัทจีน

จีนยืนยันการควบคุมตัวนักวิชาการเมียนมาที่น่าสงสัยว่าเป็นสายลับ

นายหลิน เจี้ยน โฆษก กต.จีนแถลงข่าว เมื่อ 12 มิ.ย.69 ยืนยันการควบคุมตัวนายอูมินซิน  นักวิชาการเมียนมา สัญชาติอเมริกัน ผู้บริหารสถาบันเพื่อการวิจัยเชิงยุทธศาสตร์และนโยบายซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองที่ให้ความสำคัญและศึกษาเกี่ยวกับสถานการณ์เมียนมา รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลทหารเมียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยนายอูมินซินถูกควบคุมตัวที่ท่าอากาศยานคุนหมิง ในห้วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ในความผิดฐานมีพฤติการณ์ที่น่าสงสัยและอาจเข้าข่ายมีส่วนร่วมในการทำจารกรรมและเป็นสายลับ ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงของจีน

การก่อสร้างจุดผ่านแดนถาวรลาว-ไทย ในแขวงไซยะบุลี คืบหน้าร้อยละ 60

นสพ.Laotian Times รายงานเมื่อ 10 มิ.ย.69 ว่า การก่อสร้างจุดผ่านแดนถาวรบ้านน้ำเงิน-บ้านห้วยโก๋น แขวงไซยะบุลี (ตรงข้าม อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน) งบประมาณ 6.72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยบริษัท Shanghai Construction Group ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจจีน มีความคืบหน้าประมาณร้อยละ 60 ล่าช้ากว่ากำหนดเดิมร้อยละ 5.71 หลังจากเริ่มก่อสร้างเมื่อ ก.พ.68 กำหนดแล้วเสร็จใน ก.พ.70 และมีระยะเวลาซ่อมบำรุงอีก 2 ปี  ทั้งนี้ แขวงไซยะบุลีมีจุดผ่านแดนถาวร 4 แห่ง ได้แก่ จุดผ่านแดนและสะพานมิตรภาพแม่น้ำเหือง (ตรงข้าม อ.ท่าลี่ จ.เลย) จุดผ่านแดนถาวรภูดู่ เมืองปากลาย (ตรงข้าม อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์) จุดผ่านแดนถาวรบ้านปางมอน (ตรงข้าม บ้านฮวก อ.ภูซาง จ.พะเยา) และจุดผ่านแดนถาวรบ้านน้ำเงิน (กำลังก่อสร้าง)

NATO ทบทวนแผนป้องกันยุโรป

สนข.ABC รายงานเมื่อ 12 มิ.ย.69 ว่า องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) อยู่ระหว่างพิจารณาปรับแผนป้องกันยุโรปใหม่ภายใต้กรอบ NATO Force Model หลังสหรัฐฯ ประกาศลดจำนวนเครื่องบินและเรือรบที่จัดสรรให้พันธมิตรยุโรปในกรณีวิกฤต และหันไปให้ความสำคัญต่อภัยคุกคามในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก อาทิ จีน มากขึ้น โดย NATO เน้นย้ำว่า พันธมิตรยุโรปและแคนาดาจำเป็นต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถทางทหารเพื่อชดเชยช่องว่างดังกล่าว ขณะเดียวกัน NATO ได้ปรับลดกำลังบางส่วนในภารกิจโคโซโวลงตามสภาวะความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไป แม้ยังคงยืนยันว่าความเสี่ยงความขัดแย้งโดยตรงกับรัสเซียยังไม่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่รายงานข่าวกรองเตือนว่า รัสเซียอาจมีศักยภาพในการโจมตีทวีปยุโรปได้ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า หากสถานการณ์เอื้ออำนวย

FIDH แสดงความเสียใจต่อคำพิพากษาประหารชีวิตชาวอุยกูร์ในไทย

สหพันธ์สากลเพื่อสิทธิมนุษยชน (International Federation for Human Rights-FIDH) ระบุเมื่อ 11 มิ.ย.69 แสดงความเสียใจต่อคำพิพากษาของศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ตัดสินประหารชีวิตชาวอุยกูร์ 2 คน ได้แก่ นายบิลาล โมฮัมเหม็ด และนายไมไรลี ยูซุฟู จากเหตุระเบิดศาลพระพรหมเอราวัณเมื่อปี 2558 โดยเห็นว่าการพิจารณาคดีตลอดเกือบ 11 ปีที่ผ่านมา ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม และมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายประการ เช่น การควบคุมตัวเป็นเวลานาน การถูกกล่าวหาว่าถูกปฏิบัติที่โหดร้ายระหว่างสอบสวน และการไม่ได้รับการพิจารณาคดีภายในระยะเวลาที่เหมาะสม  FIDH เรียกร้องให้ไทยเพิกถอนคำพิพากษาและโทษประหาร ฟื้นฟูกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้อง และยกเลิกโทษประหารชีวิตในระยะยาว

สหรัฐฯ ระบุว่าบรรลุการเจรจาและเตรียมลงนามยุติสงครามกับอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุผ่าน Truth Social เมื่อ 11 มิ.ย.69 ว่า บรรลุการเจรจาและเตรียมลงนาม MOU สงครามกับอิหร่านภายในสัปดาห์นี้ที่ยุโรป โดยอ้างว่าอิหร่านยอมรับเงื่อนไขเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และยุติโครงการพัฒนาแร่ยูเรเนียมและอาวุธนิวเคลียร์ 15-20 ปี ขณะที่สหรัฐฯ จะผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากผู้นำอิหร่าน รวมทั้งประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค อาทิ อิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ บาห์เรน คูเวต จอร์แดน อียิปต์ ตุรกี และปากีสถาน อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ จะยังคงมาตรการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ จนกว่าจะลงนามสำเร็จ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว

ผู้เชี่ยวชาญเตือนปรากฏการณ์เอลนีโญจะรุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปี

สภาวะโลกรวน หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างฉับพลันและรุนแรง ควบคู่กับปรากฎการณ์เอลนีโญที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 มีแนวโน้มจะเป็นปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปี เหตุการณ์ครั้งนี้อาจเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกในระยะยาว ปัจจุบัน ปรากฏการณ์เอลนีโญเริ่มก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิก และจะเริ่มส่งผลต่อสภาพอากาศ รวมทั้งอุณหภูมิโลกชัดเจนในห้วงปลาย มิถุนายน 2569  องค์กรอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ World Meteorological Organization (WMO) คาดการณ์เมื่อ 11 มิถุนายน 2569 ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2569 จะทำให้เกิดภัยพิบัติที่รุนแรงแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ทั้งภาวะแล้งจัด อุทกภัย ไฟป่า พายุรุนแรงและคลื่นความร้อน ประเด็นที่ WMO และเลขาธิการสหประชาชาติ (UN) วิตกกังวลอย่างมาก คือ ห่วงโซ่อุปทานและการขนส่งสินค้าเพื่อการอุปโภคและบริโภคในภูมิภาคต่าง ๆ จะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เลวร้ายนี้ด้วย ซ้ำเติมวิกฤตความมั่นคงทางพลังงานและอาหารในปัจจุบันที่เป็นผลจากการทำสงครามและความขัดแย้งระหว่างประเทศ ดังนั้น เลขาธิการสหประชาชาติจึงเตือนและเรียกร้องให้นานาชาติให้ความสำคัญกับปัญหาสภาพอากาศโลกแปรปรวนรุนแรง และความร่วมมือเพื่อเตรียมพร้อมบริหารจัดการความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติต่าง ๆ เฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และอาหาร โดยเปรียบเทียบปรากฏการณ์เอลนีโญเป็นเหมือน “น้ำมัน” ที่ราดบนกองไฟวิกฤตและความเดือดร้อนต่าง ๆ ในปัจจุบัน ปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงไม่ได้เปลี่ยนแปลงเฉพาะอุณหภูมิบนพื้นดิน ซึ่งจะกระทบการทำเกษตรกรรมของหลายประเทศ…

ผู้เชี่ยวชาญออกโรงเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านการพนันที่จะเกิดขึ้นในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก

เชื่อว่ามีคนทั่วโลกและแฟนบอลจำนวนมาก รวมถึงคนไทย ที่ตั้งหน้าตั้งตารอรับชมการแข่งขัน FIFA World Cup 2026 หรือฟุตบอลโลก ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่าง 11 มิ.ย.-19 ก.ค.69 ใน 3 ประเทศเจ้าภาพ ได้แก่ สหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก แต่ในขณะเดียวกันก็มีการประเมินว่าห้วงเวลาดังกล่าวจะถูกใช้เป็นเวทีการพนันกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ การพนันในห้วงฟุตบอลโลกปีนี้จะมีขนาดใหญ่ขนาดไหน อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้การพนันกีฬาขยายตัวขึ้น มาติดตามรับฟังกันได้ที่ The Intelligence Podcast ตอน “ผู้เชี่ยวชาญออกโรงเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านการพนันที่จะเกิดขึ้นในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก”