ยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง และปรากฏการณ์ “Omega Block”

สถานการณ์ภูมิอากาศในภูมิภาคยุโรป ซึ่งเผชิญคลื่นความร้อนสูงต่อเนื่องตั้งแต่ 20 มิถุนายน 2569 ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ และมีโอกาสเสียชีวิต โดยเฉพาะในฝรั่งเศส ที่มีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตเนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดแล้วประมาณ 1,000 คน ทำให้กระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศสประกาศเตือนให้ผู้ที่มีอายุระหว่าง 65 ปีขึ้นไป ระมัดระวังผลกระทบจากคลื่นความร้อน สำหรับปรากฏการณ์คลื่นความร้อนในปัจจุบันที่เกิดขึ้นในยุโรป เป็นผลจากการกระทำของมนุษย์ที่ทำให้สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงมากขึ้น ประกอบกับปรากฏการณ์ “Omega Block” หรือปรากฏการณ์ที่ความกดอากาศแตกต่างกันเกิดขึ้นในพื้นที่ จนทำให้เกิดพื้นที่ความกดอากาศสูงขนาดใหญ่ สภาพอากาศร้อนจัด บริเวณกลาง และมีพื้นที่ความกดอากาศต่ำล้อมรอบ จนทำให้มีสภาพคล้ายโดมความร้อนรูปร่างเหมือนตัวอักษรโอเมกา (Ω) ในภาษากรีก คาดว่าปรากฎการณ์ Omega Block จะอยู่ในภูมิภาคยุโรปต่อเนื่องจนถึงกลาง กรกฎาคม 2569 โดยชาวยุโรปมากกว่า 100 ล้านคนต้องเผชิญอากาศประมาณ 35 องศาเซลเซียส หรือสูงถึง 40 องศาเซลเซียส หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย สถานการณ์คลื่นความร้อนรุนแรงในพื้นที่อื่น ๆ ของยุโรป ได้แก่ เยอรมนี สาธารณรัฐเชก ฮังการี โปแลนด์ และสหราชอาณาจักร ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต ความมั่นคงทางพลังงาน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ…

สหรัฐฯ-อิหร่านจะเจรจากันที่กาตาร์ หาแนวทางลดความตึงเครียด

สถานการณ์ความตึงเครียดและความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยังไม่แน่นอน จากกรณีมีรายงานว่าทั้ง 2 ฝ่ายใช้การโจมตีทางทหารตอบโต้กันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะอยู่ระหว่างการทำข้อตกลงหยุดยิง สะท้อนว่ากองทัพของทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่เชื่อมั่นในกระบวนการเจรจาหยุดยิงที่เป็นขั้นตอนสู่การสร้างสันติภาพในระยะยาว โดยตั้งแต่สหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงระดับบันทึกความเข้าใจ (MoU) เมื่อกลาง มิถุนายน 2569 เพื่อหยุดยิงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยตามปกติ แต่ยังคงมีรายงานความเคลื่อนไหวด้านการทหารของทั้ง 2 ฝ่ายที่เป็นอันตรายต่อการเดินเรือ ทั้งนี้ เช่น กรณีเรือพาณิชย์ติดธงชาติปานามา ถูกโจมตีด้วยอากาศยานไร้คนขับ ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อ 27 มิถุนายน 2569 สหรัฐฯ กับอิหร่านต่างฝ่ายต่างกล่าวโทษกันว่าละเมิด MoU หยุดยิงก่อน ทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคยังไม่แน่นอนและยังคงมีการโจมตีตอบโต้กันในพื้นที่ ซึ่งอาจสะท้อนว่ากองทัพของทั้ง 2 ฝ่ายยังมีความพร้อมเพียงพอที่จะใช้กำลังทหารตอบโต้กัน มีข้อสังเกตว่า นอกจากความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ กรณีอิสราเอลยังคงโจมตีกองกำลังติดอาวุธในเลบานอนอย่างต่อเนื่อง ก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาคตึงเครียด เพราะเป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทำให้อิหร่านไม่พอใจ และพร้อมจะใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และการทหาร ควบคุมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ โดยไม่แจ้งสหรัฐฯ ล่วงหน้า ดังนั้น มีความเป็นไปได้ว่าอิหร่านใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นข้อต่อรองและกดดันสหรัฐฯ ให้ไปยุติปฏิบัติการของอิสราเอลในพื้นที่อื่น ๆ แม้ว่าอิหร่านจะใช้ช่องแคบฮอร์มุซ กดดันสหรัฐฯ แต่ผู้นำสหรัฐฯ ไม่มีท่าทีว่าจะยอมเป็นฝ่ายเสียเปรียบหรือต้องทำตามแรงกดดันจากอิหร่าน พิจารณาจากกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์…

รัสเซีย-ยูเครนยกระดับการปะทะบริเวณพรมแดน

สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังคงยืดเยื้อและไม่มีสัญญาณว่าจะยุติได้ในเร็ว ๆ นี้ ผลจากกรณียูเครนใช้อากาศยานไร้คนขับปฏิบัติการโจมตีรัสเซียอย่างรุนแรงและต่อเนื่องตั้งแต่ 18 มิถุนายน 2569 ทั้งในพื้นที่สำคัญทางการเมือง โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และพรมแดนระหว่างกัน ทำให้รัสเซียจำเป็นต้องตอบโต้ ปัจจุบัน พื้นที่ปะทะสำคัญอยู่ที่บริเวณพรมแดนของทั้ง 2 ประเทศ ได้แก่ ภูมิภาค Leningrad ภูมิภาค Bryansk กับภูมิภาค Dnipro และมีรายงานว่าพลเรือนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น โรงกลั่นน้ำมันในรัสเซียได้รับความเสียหาย รวมทั้งมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะและโจมตีใกล้เคียงโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ Zaporizhzhia ซึ่งปัจจุบันกองทัพรัสเซียควบคุมพื้นที่อยู่ด้วย การที่ยูเครนยกระดับการโจมตีรัสเซียในห้วงนี้ อาจเป็นไปเพื่อกดดันผู้นำรัสเซียให้ยอมรับและเข้าสู่กระบวนการเจรจาที่ผู้นำยูเครนเคยเสนอ เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อกว่า 5 ปี และไม่เป็นผลดีต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของทั้ง 2 ฝ่าย นอกจากนี้ ปฏิบัติการโจมตีด้วยอากาศยานไร้คนขับของยูเครน ยังทำให้ทั่วโลก รวมทั้งรัสเซียเห็นว่ายูเครนยังมีขีดความสามารถและยุทโธปกรณ์ในการต่อสู้ เฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมอากาศยานไร้คนขับจากระยะไกล สามารถทำให้รัสเซียตกอยู่ในอันตรายและไม่ปลอดภัยได้ แม้ว่ายูเครนจะยังไม่สามารถยึดคืนพื้นที่ในภาคตะวันออก ที่รัสเซียควบคุมไว้ก่อนหน้านี้ รัสเซียยืนยันว่าสามารถสกัดกั้นอากาศยานไร้คนขับของยูเครนส่วนใหญ่ไว้ได้ แต่ผู้นำยูเครนประกาศชัดเจนว่ายุทธศาสตร์การต่อต้านรัสเซียต่อจากนี้ไป จะเน้นการใช้ปฏิบัติการโจมตีจากระยะไกล เพื่อกดดันรัสเซียให้ยุติสงคราม โดยเชื่อว่าการโจมตีด้วยยุทธศาสตร์นี้จะตัดเส้นทางการขนส่งด้านการทหารและพลังงานของรัสเซียได้ และจะทำให้รัสเซียไม่มีขีดความสามารถหรือความพร้อมในการปฏิบัติการเชิงรุกช่วงฤดูร้อน หรือ Summer Offensive จึงอาจเป็นโอกาสให้ยูเครนได้เปรียบในเชิงพื้นที่ พร้อมกันนี้ ผู้นำยูเครนระบุว่าการยกระดับการโจมตีครั้งใหญ่นี้เป็นไปเพื่อตอบโต้รัสเซียที่โจมตีทำลายวิหารเปเชอร์สค์…

ช่องแคบฮอร์มุซทำให้สหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาตอบโต้ทางทหารกันอีก

การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเป็นสาเหตุทำให้สหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาตอบโต้ทางทหารกันอีกครั้ง ทั้งที่การเจรจาด้านเทคนิคเพื่อทำข้อตกลงสันติภาพยังดำเนินอยู่ และทั้งสองฝ่ายยืนยันว่ายังยึดมั่นข้อตกลงหยุดยิง โดย เมื่อ 26 มิถุนายน 2569  กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐ (CENTCOM) ได้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่าน เช่น ที่เก็บขีปนาวุธและโดรน รวมถึงฐานเรดาร์ตามแนวชายฝั่งของอิหร่าน บริเวณเมือง Sirik และเกาะ Qeshm เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีเรือ M/V Ever Lovely ที่ชักธงชาติสิงคโปร์ ด้วยโดรนพลีชีพเมื่อ 25 มิถุนายน 2569 ขณะแล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ เมื่อ 26 มิถุนายน 2569   CENTCOM ได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านเพิ่มเติมต่อเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่าน หลังจากอิหร่านส่งโดรนโจมตีเรือพาณิชย์อีกครั้ง ได้แก่ เรือบรรทุกน้ำมัน Kiku ซึ่งติดธงปานามา ขณะกำลังแล่นผ่านบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ โดยเรือลำดังกล่าวบรรทุกน้ำมันดิบมากกว่า 2 ล้านบาร์เรล และย้ำว่า สหรัฐฯ ได้เปิดโอกาสให้อิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงแล้ว แต่อิหร่านเลือกที่จะไม่ปฏิบัติตาม การบริหารจัดการบริเวณช่องแคบฮอร์มุซมีแนวโน้มที่จะยังทำให้ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยืดเยื้อ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายไม่ยินยอมกัน โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านระบุว่า…

สถานการณ์ยาเสพติดโลกทวีความรุนแรงมากขึ้น

รายงาน World Drug Report 2026.ของ สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime-UNODC) ที่เผยแพร่เมื่อ 26 มิถุนายน 2569 ว่า สถานการณ์ยาเสพติดโลกมีแนวโน้มมีความรุนแรง และซับซ้อนมากขึ้น จากการที่เครือข่ายอาชญากรรมแสวงประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยี ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์  รวมทั้งมีการใช้วิธีการ และเส้นทางขนส่งใหม่ ๆ พร้อมกับมีการพัฒนายาเสพติดสังเคราะห์ชนิดใหม่ ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมายและขยายตลาด แต่ความรุนแรงของสถานการณ์ยาเสพติดก็มีเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ และสังคมด้วย รายงานชี้ให้เห็นความสูญเสียจากยาเสพติด ทั้งเสียชีวิตก่อนอันควร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ รวมทั้งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และสังคมอย่างยิ่งยวด รวมทั้งนำไปสู่ความรุนแรง และความไม่มั่นคงในสังคม ขณะที่จำนวนผู้ใช้ยาเสพติดทั่วโลก เพิ่มมากขึ้น โดยเมื่อปี 2567 มีประมาณ 331 ล้านคน ซึ่งประชากรอายุ 15–64 ปี ในกลุ่มดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.2 เพิ่มจาก ร้อยละ 5.2 เมื่อปี 2557…

กู้ชีพไทย : จากผู้ป่วยแห่งเอเชียเป็นผู้แข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและการเติบโต

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยเผยแพร่บทความเรื่อง กู้ชีพคนป่วยแห่งเอเชียด้วยแนวคิด Productivism เมื่อ 21 พฤษภาคม 2569 กล่าวถึงไทย ที่มีสภาพเศรษฐกิจที่ขยายตัวช้าและไม่มีศักยภาพเพียงพอในการแข่งขันกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาค จนเป็นผู้ป่วยแห่งเอเชีย สาเหตุสำคัญมาจากการยึดติดกับการดำเนินงานและการพัฒนาทางเศรษฐกิจรูปแบบเดิม ขณะที่เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนยากจะตามทัน ซึ่งการนำแนวคิดผลิตภาพนิยม (Productivism) มาใช้ จะมีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูปัญหาดังกล่าวได้ ปัจจุบันไทยประสบปัญหาการก้าวขึ้นมาเป็นประเทศรายได้สูง มีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความเหลื่อมล้ำค่อนข้างสูง สาเหตุสำคัญมาจากการยึดติดกับการดำเนินงานและการพัฒนาทางเศรษฐกิจรูปแบบเดิม การใช้จ่ายและจัดสรรงบประมาณภาครัฐที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ จากการนำไปสนับสนุนการลงทุน ที่ยากต่อการพัฒนาเป็นขีดความสามารถใหม่ของไทย ยิ่งไปกว่านั้น ยังสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจได้ในระดับต่ำ การจะทำให้ไทยก้าวข้ามขีดจำกัดดังกล่าว อาจต้องอาศัยแนวคิดผลิตภาพนิยม (Productivism) ของนาย Dani Rodrik นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง สถาบัน Harvard Kennedy School สหรัฐฯ ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างเศรษฐกิจให้สามารถสร้างงานที่ดี ยกระดับธุรกิจในประเทศสู่ระดับที่ใหญ่กว่า ไม่ใช่เพียงปล่อยให้พัฒนาไปตามความต้องการของตลาด โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างสอดประสานในด้านการผลิต การลงทุน การพัฒนาทักษะ และการสร้างนวัตกรรมจะมีส่วนสำคัญ การดำเนินการลักษณะดังกล่าวเปรียบได้กับการเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจทั้งระบบ จากการพิจารณาหรือทบทวนการจัดสรรทรัพยากร แรงงาน และการลงทุนต่าง ๆ โดยเฉพาะการไม่มุ่งเฉพาะการมอบสิทธิประโยชน์ด้านภาษี…

อินโดนีเซียมุ่งมั่นจะเป็นแหล่งผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซียมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้อินโดนีเซียเป็นแหล่งผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก ด้วยการจะนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีมาใช้ในภาคการเกษตร รวมทั้งให้ความสำคัญด้านการวิจัย และพัฒนาด้วย เพื่อให้มีอัตราการเพิ่มของผลผลิตทางการเกษตร ประธานาธิบดีซูเบียนโตแสดงทัศนะเมื่อ 24 มิถุนายน 2569 ด้วยว่า ประเด็นความมั่นคงทางอาหารที่อินโดนีเซียกำลังผลักดันนั้น จะช่วยให้ประเทศมีการพัฒนาอย่างมั่นคง และมีระบบเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นในการจะรับมือกับวิกฤตที่จะเกิดขึ้น เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ปัจจุบัน อินโดนีเซียสามารถผลิตข้าวและข้าวโพดได้เป็นจำนวนสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่าผลผลิตข้าวอินโดนีเซีย อยู่อันดับ 1 ของอาเซียน และอันดับที่ 4 ของโลก รองจากอินเดีย จีน และบังกลาเทศ แต่รัฐบาลอินโดนีเซียให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายอย่างยั่งยืนที่ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการที่เกษตรกรต้องมีสวัสดิการและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ FAO คาดว่า ในฤดูการผลิต 2569-2570 อินโดนีเซียจะมีปริมาณข้าวสำรองอยู่ที่ 7.8 ล้านตัน จากที่รัฐบาลระบุว่ามีประมาณ มากกว่า 5 ล้านตันในช่วงนี้ ขณะที่ผลผลิตข้าวก็จะเพิ่มขึ้นจากที่ผลิตได้ 34.69 ล้านตัน เมื่อปี 2568 ซึ่งเพิ่มจากปี 2567 ร้อยละ 13.2…

ไทยมีแนวโน้มมีบทบาทเพิ่มขึ้นในห่วงโซ่อุปทานโลก

Bloomberg ของสหรัฐฯ อ้างรายงานวิเคราะห์แนวโน้มการค้าโลกของ Verisk Maplecroft บริษัทวิเคราะห์ความเสี่ยงของสหราชอาณาจักร ว่าไทย ฟิลิปปินส์ และอาร์เจนตินา มีแนวโน้มมีบทบาทเพิ่มขึ้นในห่วงโซ่อุปทานโลก โดยมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการกระจายความเสี่ยงในห้วงที่บริษัทต่าง ๆ มองไกลกว่าเรื่องต้นทุนและประสิทธิภาพ แต่มุ่งเน้นการสร้างความยืดหยุ่น โดยในส่วนของไทยความเสี่ยงหลายด้านลดลงเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และมีความพร้อมรองรับห่วงโซ่อุปทานมูลค่าสูง แม้มีปัญหาแรงงานสูงอายุและต้นทุนแรงงานสูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาค ไทยจึงเหมาะสมสำหรับหลายอุตสาหกรรมที่กำลังมองหาโอกาสในการกระจายห่วงโซ่อุปทาน

บริษัท IBM เปิดตัวเทคโนโลยีชิปขนาดเล็กกว่า 1 นาโนเมตร เป็นครั้งแรกของโลก

สนข.Newsmax รายงานเมื่อ 25 มิ.ย.69 ว่าบริษัท IBM ของสหรัฐฯ ประกาศถึงความสำเร็จในการวิจัยเทคโนโลยีการผลิต และสร้างชิปที่มีขนาดเพียง 0.7 นาโนเมตร หรือ 7 อังสตรอม ซึ่งเป็นบริษัทแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จ โดยใช้เทคนิคการสร้างชิปรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Nanostack” ทั้งนี้ ทางบริษัท IBM จะเริ่มการก่อสร้างสายการผลิตชิปด้วยเทคโนโลยีข้างต้นภายในเวลา 5 ปี และมีข้อตกลงที่จะขายลิขสิทธิ์การใช้ตัวเทคโนโลยีนี้กับบริษัท Samsung และ Rapidus แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีหุ้นส่วนในการร่วมผลิตชิปกับบริษัทอื่น ๆ แต่อย่างใด อนึ่ง เทคโนโลยีการผลิตชิปที่มีขนาดเล็กนี้ จะนำไปใช้ผลิตกับตัวชิประดับสูง อย่างชิปของ Groq ที่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายบริษัท Nvidia และชิปของ Cerebras Systems ที่จะพึ่งพาสายการผลิตจากบริษัท TSMC

อินเดียผ่อนปรนข้อจำกัดการจัดส่งก๊าซ LPG แก่ภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ

เว็บไซต์ The Hindustan Times รายงานเมื่อ 26 มิ.ย.69 อ้างแถลงการณ์จากกระทรวงพลังงานและก๊าซธรรมชาติของอินเดีย ว่าอนุมัติการผ่อนปรนข้อจำกัดการจัดส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas-LPG) กว่าร้อยละ 50 ให้แก่ภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจซึ่งถูกจำกัดการจัดสรรในห้วงเผชิญความขัดแย้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากปัจจุบันปริมาณก๊าซ LPG มีจำนวนเพิ่มขึ้น อีกทั้งสถานการณ์การจัดส่งก๊าซมีแนวโน้มที่ดี ส่งผลให้บริษัทผู้ค้าน้ำมัน สามารถกลับมาจัดส่งก๊าซ LPG แก่ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของอินเดียได้ในระดับปกติ ขณะที่ภาคครัวเรือนรัฐบาลได้สร้างความเชื่อมั่นว่าการผลิต LPG สำหรับภาคครัวเรือนจะไม่ลดลงและอยู่ในระดับคงที่ อย่างไรก็ดี อินเดียยังคงมุ่งส่งเสริมให้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจเปลี่ยนไปใช้ก๊าซธรรมชาติแบบท่อ (Piped Natural Gas-PNG) ซึ่งเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่า สามารถผลิตได้ในประเทศ และจัดหาจากแหล่งที่หลากหลาย