![]()

“UNCLOS” คำนี้เกี่ยวกับอธิปไตยของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาเราได้ยินบ่อยครั้งในเรื่องความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ แค่บทความนี้จะนำเสนอในประเด็นที่เกี่ยวกับอธิปไตยทางทะเลของไทยและกัมพูชา และทำไมทั้งสองฝ่ายจะต้องเข้าสู่ “กระบวนการนี้ ” เรากับเพื่อนบ้านทะเลาะกันเรื่องแนวรั้วมานานหลายสิบปี คุยกันเองยังไงก็จบปัญหาไม่ได้สักที และฝ่ายหนึ่งบอกว่า พอแล้ว เราคุยกันคงไม่คืบหน้า ไปหาคนกลางที่เป็นกรรมการมืออาชีพมาช่วยตัดสินดีกว่า นั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างไทยกับกัมพูชาตอนนี้ แต่รั้วที่เราหมายถึง คือ พื้นที่ในทะเลอ่าวไทย
เนื่องจากเรื่องกลไก UNCLOS เกมการประนอม (ภาคบังคับ) ทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชาเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และใกล้ตัวคนไทย รวมทั้งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกับไทย จึงแบ่งเรื่องนี้ เป็น 2 ตอน โดยประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ 1) UNCLOS และกระบวนการ “ประนอมภาคบังคับ” คืออะไร 2) ที่มาที่ไปว่าทำไมเรื่องนี้ถึงปะทุขึ้นมาในปี 2569 และ3) สถานะล่าสุด ณ กรกฎาคม 2569ไปถึงไหนแล้ว
UNCLOS คืออะไร และ กระบวนการ”ประนอมภาคบังคับ” เป็นอย่างไร แตกต่างจากการขึ้นศาลอย่างไร….?
UNCLOS ย่อมาจาก United Nations Convention on the Law of the Sea หรืออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ปี 1982 พูดง่าย ๆ คือเป็น “กติกาโลก” ที่กำหนดว่าแต่ละประเทศมีสิทธิเหนือทะเลแค่ไหน น่านน้ำตรงไหนเป็นของใคร ไหล่ทวีปแบ่งกันอย่างไร และทั้งไทยและกัมพูชาต่างก็เป็นภาคีสมาชิกของอนุสัญญานี้ ภายใต้กฎหมาย UNCLOS มีกลไกหนึ่งที่เรียกว่า “การประนอมภาคบังคับ” หรือ Compulsory Conciliation ระบุอยู่ใน “ภาคผนวกที่ 5” ของอนุสัญญา หลายคนพอได้ยินคำว่า “ภาคบังคับ” ก็อาจจะนึกว่าคล้ายการขึ้นศาลแต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่
ความต่างสำคัญ คือ ถ้าเป็นการขึ้นศาลระหว่างประเทศ อย่างศาลโลกที่กรุงเฮก ผลตัดสินจะมีผลผูกพันทางกฎหมายทั้งสองฝ่ายต้องทำตาม แต่กระบวนการประนอมนั้นต่างออกไปโดยสิ้นเชิง คนที่เข้ามาทำหน้าที่เรียกว่า “ผู้ประนอม” ไม่ใช่ผู้พิพากษา และไม่ใช่ทนายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คณะประนอมจะเป็นผู้เชี่ยวชาญกฎหมายทะเลที่เป็นกลาง มีหน้าที่รับฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย ทำความเข้าใจบริบทของข้อพิพาท แล้วช่วยหาทางออกที่ทั้งสองฝ่ายพอรับได้ โดยผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการนี้จะออกมาเป็น “รายงานข้อเสนอแนะ” ไม่ใช่คำพิพากษา และที่สำคัญคือ ข้อเสนอแนะนี้ “ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย” ทั้งสองประเทศยังต้องกลับไปเจรจากันต่อ เพียงแต่จะมีกรอบและข้อเสนอจากผู้เชี่ยวชาญเป็นฐานให้คุยกันง่ายขึ้น
แล้วทำไมเรียกว่า “ภาคบังคับ” ในเมื่อผลไม่ผูกพันทางกฎหมาย คำตอบอยู่ตรงคำว่า “การเข้าสู่กระบวนการ” ไม่ใช่ “ผลลัพธ์” ความหมายคือ ถ้าประเทศ (พิพาท) ฝ่ายหนึ่งยื่นเรื่องขอเข้าสู่กระบวนการนี้ อีกประเทศหนึ่งไม่มีสิทธิปฏิเสธไม่เข้าร่วม กระบวนการจะเดินหน้าต่อไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ถ้าไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วม สหประชาชาติก็จะแต่งตั้งผู้ประนอมแทนให้เองอยู่ดี นี่คือจุดที่ทำให้กลไกนี้มีน้ำหนัก
กลไกประนอมภาคบังคับของ UNCLOS เคยถูกใช้มาแล้วหนึ่งครั้ง คือ กรณีออสเตรเลียกับติมอร์-เลสเต เมื่อปี 2559-2561 ตอนนั้นติมอร์-เลสเตซึ่งเป็นประเทศเล็กที่เพิ่งได้รับเอกราช ใช้กลไกนี้ต่อรองกับออสเตรเลียซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าเกือบห้าร้อยเท่า สุดท้ายแล้วกระบวนการประนอมก็นำไปสู่สนธิสัญญาเขตแดนทางทะเลถาวรระหว่างสองประเทศได้สำเร็จ และความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศก็ดีขึ้นด้วย กรณีไทย-กัมพูชาครั้งนี้จึงถือเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ที่มีการใช้กลไกนี้ และเป็นครั้งแรกที่ไทยต้องเผชิญกับกระบวนการแบบนี้ด้วยตัวเอง
ขอจบ EP : 1 ไว้ตรงนี้ สำหรับ EP : 2 จะน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เนื่องจากจะตอบคำถามว่าทำไมไทยและกัมพูชาถึงเข้าสู่กระบวนการนี้ และสถานะล่าสุดของกระบวนการประนอมภาคบังคับตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว…..







