อุตสาหกรรม Data Center เสียงเตือนจากสภาพัฒน์ฯ และการยกระดับ EP.3

หลังจากที่รับฟังกันมาแล้วใน EP.1 และ EP.2 ว่า อุตสาหกรรม Data Center คืออะไร และอุตสาหกรรมดังกล่าวสร้างโอกาสและความท้าทายอย่างไรบ้าง ใน EP.3 ซึ่งเป็นตอนบทสรุปนี้ เราจะมาเจาะลึกถึงเสียงเตือนจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และทางรอดสู่ห่วงโซ่คุณค่าระดับสูงท่ามกลางเม็ดเงินลงทุนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทย จะเป็นอย่างไรนั้น มาติดตามรับฟังกันได้ที่ The Intelligence Podcast ตอน “อุตสาหกรรม Data Center เสียงเตือนจากสภาพัฒน์ฯ และการยกระดับ EP.3”

ทุนจีนชะลอซื้อคอนโดในไทย

Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานอ้างข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) บ่งชี้ว่า ความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติในไทยลดลง โดยมีปัจจัยหลักมาจากชาวจีนมียอดซื้อในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ลดลงถึงร้อยละ 27.7 รวมถึงชาวเมียนมาที่ลดลงร้อยละ 16.2 โดยตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังคงเผชิญความท้าทาย เนื่องจากปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับสูง และสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยมีเพียงพื้นที่ท่องเที่ยวหลักอย่างภูเก็ตและชลบุรีที่ตลาดคอนโดมีเนียมขยายตัว

เนปาลเร่งกู้ภัยหลังน้ำท่วมฉับพลัน

เว็บไซต์ นสพ.The Himalayan Times ของเนปาล รายงานเมื่อ 28 ส.ค.69 ว่า เหตุน้ำท่วมฉับพลันในแม่น้ำโภเตโกชี (Bhotekoshi) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 258 ราย ขณะที่ยังมีผู้สูญหาย 910 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 517 คน และชาวเนปาลที่พำนักในต่างประเทศ 127 คน  เนปาลได้จัดตั้งคณะทำงานฉุกเฉิน เพื่อประสานการค้นหาและช่วยเหลือชาวต่างชาติ พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่และอากาศยานดำเนินการกู้ภัย ขณะที่นานาชาติทยอยให้ความช่วยเหลือ โดยสหรัฐฯ มอบเงินช่วยเหลือ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 16,400,000 ล้านบาท ขณะที่อินเดียจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ จีนให้คำมั่นสนับสนุนเงินช่วยเหลือ และธนาคารโลกเตรียมระดมความช่วยเหลือฉุกเฉิน ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ยังมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมและดินถล่มซ้ำในพื้นที่ประสบภัย

อินโดนีเซียส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ในระบบตรวจคนเข้าเมือง

สนข.Antara รายงานเมื่อ 27 ส.ค.69 อ้างถ้อยแถลงของนาย Hendarsam Marantoko อธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมือง ของอินโดนีเซีย ว่า ตม.อินโดนีเซีย ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเสริมสร้างการเฝ้าระวังการเดินทางเข้าออกประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมได้ออกแบบแผนการนำเทคโนโลยีมาใช้ตรวจคนเข้าเมืองในระยะยาว และจะจัดตั้งคณะทำงานเพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีโครงการรั้วดิจิทัล โดยนำโดรนมาใช้ตรวจสอบสภาพการณ์ในพื้นที่ชายแดน เนื่องจากอินโดนีเซียมีพรมแดนทางบกติดกับประเทศเพื่อนบ้านยาว 3,111 กม.

จีนเตือนประชาชนระมัดระวังการแทรกซึมเข้าระบบโดรนจากหน่วยข่าวกรองต่างชาติ

กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของจีน (MSS) ออกประกาศเมื่อ 27 ส.ค.69 แจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังระบบโดรนอาจถูกแทรกซึมผ่านอินเทอร์เนตโดยหน่วยข่าวกรองต่างชาติ เช่น การส่งสัญญาณ การสำรวจ และการควบคุมทางไกล โดยการใช้งานโดรนและโดรนเชิงพาณิชย์ได้รับความนิยมมากขึ้นในจีน จากนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ ซึ่งสนับสนุนการทำธุรกิจโดยใช้ระบบโดรน โดย MSS เปิดเผยว่า พบผู้ประกอบการโดรนเชิงพานิชย์จำนวนหนึ่ง (ไม่ระบุ) ถูกแทรกแซงและพยายามเข้าควบคุมระบบโดรนแทนผู้ให้บริการ ซึ่งตรวจพบว่า ผู้แทรกแซงใช้ IP อินเทอร์เนตจากต่างประเทศ จึงขอให้ประชาชนและผู้ประกอบการเพิ่มความระมัดระวัง และให้ความสำคัญกับการป้องกันการถูกโจมตีทางไซเบอร์มากขึ้น

มาเลเซียจะส่งผู้อพยพและผู้ลี้ภัยชาวเมียนมากลับประเทศ

รัฐบาลมาเลเซียเมื่อ 28 สิงหาคม 2569 ประกาศว่าจะส่งตัวผู้อพยพและผู้ลี้ภัยจากเมียนมากลับประเทศ ตามโครงการเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้อพยพและผู้ลี้ภัยจากเมียนมาสมัครใจเดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลมาเลเซียกับรัฐบาลเมียนมาเมื่อ กรกฎาคม 2569 โดยมาเลเซียจะเริ่มส่งตัวอาสาสมัครชุดแรกใน 29 กันยายน 2569 ส่วนใหญ่เป็นชาวโรฮีนจา ปัจจุบัน มาเลเซียมีผู้ลี้ภัยอยู่ในประเทศจำนวน 215,000 คน ซึ่งลงทะเบียนกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติแล้ว โดยในจำนวนดังกล่าวมีชาวโรฮีนจาจากเมียนมาประมาณ 126,000 คน ทั้งนี้ มาเลเซียคาดว่าจะมีผู้อพยพและผู้ลี้ภัยจำนวน 1,476 คน จากเมียนมา เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ขณะเดียวกันก็เปิดเผยว่ารัฐบาลเมียนมาตกลงพร้อมรับชาวโรฮีนจาจำนวน 5,000 คน กลับประเทศ วิธีการส่งตัวผู้อพยพและผู้ลี้ภัยจากเมียนมากลับประเทศ จะใช้เรือรบจำนวน 2 ลำ และเรือพยาบาล 1 ลำ ปฏิบัติภารกิจ โดยรัฐบาลมาเลเซียย้ำกับรัฐบาลเมียนมาว่ากระบวนการส่งตัวกลับภูมิลำเนาจะต้องปลอดภัยและเป็นไปอย่างเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม องค์กรปกป้องสิทธิมนุษยชนและสิทธิชาวโรฮีนจา ร้องขอให้รัฐบาลมาเลเซียทบทวนมาตรการดังกล่าว เพราะวิตกเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้อพยพและผู้ลี้ภัยที่ถูกส่งตัวกลับเมียนมา ที่ผ่านมา มาเลเซียเป็นประเทศเป้าหมายของผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาที่ต้องการหนีภัยสู้รบจากเมียนมา รัฐบาลมาเลเซียเปิดเผยว่าผู้ลี้ภัยจำนวนร้อยละ 95 ในมาเลเซียนั้น เดินทางไปจากหลายพื้นที่ในเมียนมา ทำให้รัฐบาลมาเลเซียจำเป็นต้องสร้างศูนย์พักพิงชั่วคราว แม้ว่ามาเลเซียจะไม่ได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย (1951 Refugee…

อินโดนีเซียเผชิญความท้าทายในการจัดการ Climate justice

อินโดนีเซียกำลังเผชิญวิกฤตหมอกควันจากปัญหาไฟป่าในหลายพื้นที่ ทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับสภาพอากาศเป็นพิษและมลภาวะตลอดห้วงปลาย สิงหาคม 2569 เฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดกาลิมันตัน บนเกาะบอร์เนียว ทั้งนี้ แม้ว่ารัฐบาลอินโดนีเซียจะให้ความสำคัญกับการบรรเทาปัญหาดังกล่าวและมีเครื่องมือเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน ทั้งการใช้ปฏิบัติการทางอากาศและภาคพื้นดิน ตลอดจนมีการวางแผนการรับมือกับปัญหาไฟป่าโดยแบ่งพื้นที่ (zoning) อย่างชัดเจน แต่ผู้เชี่ยวชาญมีมุมมองว่า อินโดนีเซียเผชิญความท้าทายในการจัดการความยุติธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate justice เนื่องจากรัฐบาลอินโดนีเซียขาดกฎหมายหรือกฎระเบียบที่จะสามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยับยั้งปัญหาไฟป่า ความท้าทายในการจัดการความยุติธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate justice ของอินโดนีเซียมีจุดอ่อนด้านการออกกฎหมายและกฎระเบียบ รวมทั้งยังจากการบังคับใช้อย่างจริงจัง ไม่มีการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดและไม่มีการสื่อสารเชิงกลยุทธ์เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันป้องกันปัญหา นอกจากนี้ รัฐบาลอินโดนีเซียยังขาดนโยบายที่เป็นรูปธรรมในการผสมผสานกฎระเบียบจากรัฐบาลกลาง เข้ากับระบบนิเวศทางสังคมและนิเวศวิทยา (Social-Ecological System) ในพื้นที่ต่าง ๆ ของอินโดนีเซียที่มีลักษณะเป็นพหุวัฒนธรรม กล่าวคือ รัฐบาลท้องถิ่นไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่รัฐบาลกลางกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ทำให้พื้นที่เสี่ยงเผชิญปัญหาไฟป่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ นอกจากปัจจัยด้านกฎหมาย นโยบาย และการบังคับใช้ระเบียบระหว่างรัฐบาลกลางกับรัฐบาลท้องถิ่นแล้ว อินโดนีเซียยังเผชิญความท้าทายในการจัดการกับการทำเกษตรกรรมรูปแบบที่เน้นผลผลิตจำนวนมาก โดยไม่สนใจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการสนับสนุนให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าและปัญหาหมอกควัน ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบนโยบาย รวมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ งานวิจัยจากสถาบัน Geophysical Research Letters เสนอให้รัฐบาลอินโดนีเซียปรับใช้วิธีการแก้ไขปัญหาแบบ  institutionalized prevention หรือการปรับนโยบายป้องกันและแก้ไขปัญหาชั่วคราว ให้กลายเป็นกฎระเบียบอย่างเป็นทางการ…

ผู้เชี่ยวชาญเตือนความเสี่ยงอุทกภัยรอบที่ 2 และ 3 ในเนปาล

สถานการณ์กู้ภัยและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุภัยพิบัติรุนแรงในบริเวณพรมแดนเนปาล-ทิเบตยังคงเสี่ยงสูง เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศและภัยพิบัติจากมหาวิทยาลัย Tribhuvan University ในเนปาล ให้ความเห็นว่ายังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุอุทกภัยฉับพลันรอบที่ 2 และ 3 ในเร็ว ๆ นี้ หลังจากหารือกับผู้เชี่ยวชาญจากจีนและเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้ระดับน้ำในทะเลสาบต่าง ๆ เพิ่มขึ้น เสี่ยงเกิดเหตุน้ำหลากและดินถล่มในพื้นที่ประสบภัย อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากสภาพอากาศปัจจุบันแปรปรวนมากและยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับภูมิอากาศบนยอดเทือกเขาหิมาลัยที่เพียงพอต่อการคาดการณ์ ผู้เชี่ยวชาญเร่งเตือนความเสี่ยงดังกล่าวเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการกู้ภัยและประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียง เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษและพยายามออกห่างจากพื้นที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำ รวมทั้งพื้นที่เสี่ยงภัย สำหรับรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตและสูญหายจากเหตุอุทกภัยและดินถล่มฉับพลันเมื่อ 26 สิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนรายงานผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 469 ราย และสูญหายมากกว่า 1,400 ราย ด้านรัฐบาลเนปาลปรับใช้พื้นที่ฐานทัพในเมือง Trishuli เป็นศูนย์บัญชาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปัจจุบันมีรายงานว่าจีนส่งทีมกู้ภัยเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ขณะที่ภาคประชาคมในเนปาล เช่น กลุ่ม Red Cross Society ปรับเป้าหมายการดำเนินงานจากการให้ความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ เป็นมุ่งเน้นช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์นี้ สหประชาชาติอยู่ระหว่างรอการอนุมัติงบประมาณให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน มูลค่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ประสบภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบในศูนย์พักพิง ด้านองค์กร International Federation…

เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ จะจัดการฝึกร่วมรหัส Freedom Edge

สื่อมวลชนเกาหลีใต้รายงานเมื่อ 28 สิงหาคม 2569 ว่า เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ จะจัดการฝึกทหารร่วมรหัส Freedom Edge ประจำปี 2569 ที่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ของเกาหลีใต้ ระหว่าง 7-11 กันยายน 2569 เพื่อกระชับความร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคงระหว่างกัน ทั้งนี้ เกาหลีใต้ย้ำว่าการฝึกดังกล่าวเน้นปฏิบัติการเชิงป้องกัน และมีเป้าหมายเพื่อป้องกันสถานการณ์หากเกาหลีเหนือใช้อาวุธนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธในลักษณะที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของภูมิภาค การฝึกร่วมรหัส Freedom Edge ประจำปี 2569 จะขยายขอบเขตการฝึกด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบทันเวลา และการปฏิบัติการร่วมกันของทั้ง 3 ประเทศ ทั้งปฏิบัติการทางอากาศ ทางทะเล การป้องกันขีปนาวุธ การใช้เรือดำน้ำต่อต้านสงคราม และการรับมือกับเหตุฉุกเฉิน เพื่อตอบสนองและสกัดกั้นภัยคุกคามที่มีความหลากหลายและรับมือยากมากขึ้น ด้านกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าการฝึกดังกล่าวสะท้อนว่าทั้ง 3 ประเทศมีความร่วมมือใกล้ชิดกันอย่างมาก และต้องการทำให้ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกมีเสถียรภาพ ความร่วมมือด้านการทหาร 3 ฝ่ายดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ลดระดับขอบเขตและขนาดการฝึกร่วมทวิภาคี รหัส Ulchi Freedom Shield (UFS) เมื่อกลาง สิงหาคม 2569 ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์…

อิหร่านหารือกับกาตาร์ประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ

ผู้นำกาตาร์หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเมื่อ 27 สิงหาคม 2569 เพื่อลดระดับความตึงเครียดและความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีรายงานว่าอิหร่านสนทนากับกาตาร์ประเด็นการเปิดเส้นทางเดินเรือชั่วคราวผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ที่จะเป็นโครงการร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศที่จะเน้นภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ ตลอดจนหารือประเด็นความมั่นคงในภูมิภาค นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์พบหารือกับประธานาธิบดีอิหร่าน พร้อมกับนายมุฮัมมัด บากิร กอลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน  และผู้แทนการเจรจาที่คาดว่าจะเข้าไปมีบทบาทในการโน้มน้าวอิหร่านให้เจรจากับสหรัฐฯ ด้วย อิหร่านมีท่าทีเชิงบวกต่อบทบาทของกาตาร์ อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังคงยืนยันว่าสหรัฐฯ ต้องปฏิบัติงานเงื่อนไขและข้อเรียกร้องของอิหร่านก่อน จึงจะมีการเปิดทำการช่องแคบฮอร์มุซตามปกติ ซึ่งข้อเรียกร้องดังกล่าวประกอบด้วยการถอนกำลังทหารออกจากบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรพลังงานอิหร่าน และยุติการอายัดทรัพย์สินของอิหร่านในต่างประเทศ ด้านผู้เชี่ยวชาญในภูมิภาคตะวันออกกลาง ให้ความเห็นว่าบทบาทของกาตาร์สะท้อน “ความหวัง” ที่จะฟื้นฟูการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้ง แต่สถานการณ์ยังไม่แน่นอนสูง เนื่องจากอิหร่านยังไม่ทำข้อตกลงอย่างเป็นทางการกับฝ่ายใด ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ระบุว่าไม่ต้องการเร่งให้เกิดการเจรจากับอิหร่าน มีข้อสังเกตว่านายมอจญ์ตะบา คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านไม่เข้าร่วมการพบหารือกับผู้แทนจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกาตาร์ โอมาน หรือปากีสถาน แต่ใช้ผู้แทนและกลไกอื่น ๆ รักษาความสัมพันธ์ทางการทูต ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์ในต่างประเทศเกี่ยวกับความปลอดภัยและสถานะของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เพราะแม้กระทั่งพิธีไว้อาลัยต่ออดีตผู้นำสูงสุดเมื่อ กรกฎาคม 2569 นายมอจญ์ตะบาก็ไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ ทำให้ปัจจุบันมีข่าวลือว่าผู้นำสูงสุดอาจเสียชีวิตแล้วจากอาการบาดเจ็บตั้งแต่ กุมภาพันธ์ 2569 อย่างไรก็ตาม เมื่อ 25…