![]()

รัฐบาลมาเลเซียเมื่อ 28 สิงหาคม 2569 ประกาศว่าจะส่งตัวผู้อพยพและผู้ลี้ภัยจากเมียนมากลับประเทศ ตามโครงการเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้อพยพและผู้ลี้ภัยจากเมียนมาสมัครใจเดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลมาเลเซียกับรัฐบาลเมียนมาเมื่อ กรกฎาคม 2569 โดยมาเลเซียจะเริ่มส่งตัวอาสาสมัครชุดแรกใน 29 กันยายน 2569 ส่วนใหญ่เป็นชาวโรฮีนจา ปัจจุบัน มาเลเซียมีผู้ลี้ภัยอยู่ในประเทศจำนวน 215,000 คน ซึ่งลงทะเบียนกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติแล้ว โดยในจำนวนดังกล่าวมีชาวโรฮีนจาจากเมียนมาประมาณ 126,000 คน ทั้งนี้ มาเลเซียคาดว่าจะมีผู้อพยพและผู้ลี้ภัยจำนวน 1,476 คน จากเมียนมา เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ขณะเดียวกันก็เปิดเผยว่ารัฐบาลเมียนมาตกลงพร้อมรับชาวโรฮีนจาจำนวน 5,000 คน กลับประเทศ
วิธีการส่งตัวผู้อพยพและผู้ลี้ภัยจากเมียนมากลับประเทศ จะใช้เรือรบจำนวน 2 ลำ และเรือพยาบาล 1 ลำ ปฏิบัติภารกิจ โดยรัฐบาลมาเลเซียย้ำกับรัฐบาลเมียนมาว่ากระบวนการส่งตัวกลับภูมิลำเนาจะต้องปลอดภัยและเป็นไปอย่างเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม องค์กรปกป้องสิทธิมนุษยชนและสิทธิชาวโรฮีนจา ร้องขอให้รัฐบาลมาเลเซียทบทวนมาตรการดังกล่าว เพราะวิตกเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้อพยพและผู้ลี้ภัยที่ถูกส่งตัวกลับเมียนมา
ที่ผ่านมา มาเลเซียเป็นประเทศเป้าหมายของผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาที่ต้องการหนีภัยสู้รบจากเมียนมา รัฐบาลมาเลเซียเปิดเผยว่าผู้ลี้ภัยจำนวนร้อยละ 95 ในมาเลเซียนั้น เดินทางไปจากหลายพื้นที่ในเมียนมา ทำให้รัฐบาลมาเลเซียจำเป็นต้องสร้างศูนย์พักพิงชั่วคราว แม้ว่ามาเลเซียจะไม่ได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย (1951 Refugee Convention) และไม่รับรองสถานะผู้ลี้ภัยอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ ปัจจุบันมาเลเซียควบคุมตัวชาวเมียนมามากกว่า 10,000 คน ที่พยายามเดินทางเข้ามาเลเซียแบบผิดกฎหมาย หน่วยงานความมั่นคงมาเลเซียอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบสัญชาติและสถานะอพยพของบุคคล เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป






