![]()

สถานการณ์กู้ภัยและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุภัยพิบัติรุนแรงในบริเวณพรมแดนเนปาล-ทิเบตยังคงเสี่ยงสูง เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศและภัยพิบัติจากมหาวิทยาลัย Tribhuvan University ในเนปาล ให้ความเห็นว่ายังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุอุทกภัยฉับพลันรอบที่ 2 และ 3 ในเร็ว ๆ นี้ หลังจากหารือกับผู้เชี่ยวชาญจากจีนและเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้ระดับน้ำในทะเลสาบต่าง ๆ เพิ่มขึ้น เสี่ยงเกิดเหตุน้ำหลากและดินถล่มในพื้นที่ประสบภัย อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากสภาพอากาศปัจจุบันแปรปรวนมากและยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับภูมิอากาศบนยอดเทือกเขาหิมาลัยที่เพียงพอต่อการคาดการณ์
ผู้เชี่ยวชาญเร่งเตือนความเสี่ยงดังกล่าวเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการกู้ภัยและประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียง เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษและพยายามออกห่างจากพื้นที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำ รวมทั้งพื้นที่เสี่ยงภัย
สำหรับรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตและสูญหายจากเหตุอุทกภัยและดินถล่มฉับพลันเมื่อ 26 สิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนรายงานผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 469 ราย และสูญหายมากกว่า 1,400 ราย ด้านรัฐบาลเนปาลปรับใช้พื้นที่ฐานทัพในเมือง Trishuli เป็นศูนย์บัญชาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปัจจุบันมีรายงานว่าจีนส่งทีมกู้ภัยเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ขณะที่ภาคประชาคมในเนปาล เช่น กลุ่ม Red Cross Society ปรับเป้าหมายการดำเนินงานจากการให้ความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ เป็นมุ่งเน้นช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์นี้
สหประชาชาติอยู่ระหว่างรอการอนุมัติงบประมาณให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน มูลค่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ประสบภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบในศูนย์พักพิง ด้านองค์กร International Federation of Red Cross and Red Crescent Societies (IFRC) ในสวิตเซอร์แลนด์เร่งระดมทุนจำนวน 31 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เนปาลในระยะยาว เนื่องจากคาดว่าภัยพิบัติครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากกว่า 93,000 คน และยังต้องฟื้นฟูที่อยู่อาศัย รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากที่ได้รับความเสียหายด้วย






