![]()

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เผยแพร่บทความเรื่อง “อุดช่องว่างทางพลังงาน: ไทยพร้อมแค่ไหนกับไฮโดรเจนสีเขียว – SMR” เมื่อ 26 สิงหาคม 2569 กล่าวถึงทางเลือกของพลังงานหมุนเวียนไทยในปัจจุบันที่ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการทางพลังงาน โดยเฉพาะในด้านความต่อเนื่องในการผลิตไฟฟ้า ด้านการใช้พลังงานในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ยาก รวมทั้งด้านการใช้ไฟฟ้าสำหรับธุรกิจศูนย์ data center
บทความได้เสนอทางเลือกเทคโนโลยีเพื่ออุดช่องว่างดังกล่าว คือ ไฮโดรเจน และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ซึ่งไทยยังประสบกับอุปสรรคสำคัญ ทั้งจากกับดักต้นทุน โครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับไม่เพียงพอ ความไม่แน่นอนเชิงนโยบายและข้อจำกัดด้านกฎหมาย แม้ไทยมีทางเลือกพลังงานหมุนเวียนหลายรูปแบบ ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ ลม และชีวมวล ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
ไฮโดรเจน: พาหะพลังงานที่ยังติดกับดักต้นทุน
ไฮโดรเจนสามารถทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการกักเก็บและขนส่งพลังงาน กล่าวคือ สามารถใช้พลังงานจากแหล่งต่าง ๆ มาผลิตและกักเก็บในรูปไฮโดรเจน อันจะช่วยเชื่อมโยงพลังงานสะอาดกับภาคส่วนที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ยาก อุตสาหกรรมหนักและการขนส่งระยะไกล โดยวัตถุดิบและพลังงานที่ใช้ในขั้นตอนการผลิตไฮโดรเจนดังกล่าว จะมีผลต่อความสะอาด และสามารถแบ่งเป็นระดับสีต่าง ๆ ตั้งแต่สีเทาจนถึงสีเขียวที่สะอาดที่สุด
ไฮโดรเจนที่สะอาดที่สุด กลับไม่ได้ราคาถูกที่สุด จากต้นทุนการผลิตที่ยังสูง (ไฮโดรเจนสีเทาอยู่ที่ 2 – 2.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม และสีเขียว 8 – 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม) ในด้านความสามารถในการเข้าถึงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ก็ยังค่อนข้างจำกัด ทำให้การนำไฮโดรเจนสีเขียวมาใช้ยังไม่คุ้มค่าเชิงพาณิชย์ ประกอบกับระบบจัดเก็บและขนส่งไฮโดรเจน ยังอยู่ในขั้นการทดลองและวงจำกัด อีกทั้งแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ (PDP 2026) ยังไม่แล้วเสร็จ ยากต่อการดำเนินการ ขณะที่แรงกดดันจากมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมจากสหภาพยุโรป (CBAM) และบริษัทข้ามชาติที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องการไฮโดรเจนสีเขียวเพิ่มมากขึ้น
ไทยควรแก้ปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะการกำหนดบทบาทไฮโดรเจนสีเขียวให้ชัดเจน เช่น เริ่มบังคับใช้ต่ออุตสาหกรรมกลั่นน้ำมัน และอุตสาหกรรมหนัก ผลักดันการขยายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อช่วยให้ต้นทุนไฮโดรเจนสีเขียวลดลง ไปพร้อมกับประเมินความคุ้มค่าในการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานในการกักเก็บและขนส่งไฮโดรเจนพื้นที่ต่าง ๆ
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR: พลังงานนิวเคลียร์รูปแบบใหม่ ที่โลกยังพิสูจน์ไม่ครบ
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) จะมาช่วยเรื่องความเสถียรและต่อเนื่องในการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องใช้พลังงานสูง อย่างศูนย์ data center และเทคโนโลยี AI ซึ่งคาดว่าจะใช้ไฟฟ้าในสัดส่วนกว่าร้อยละ 40 ของความต้องการไฟฟ้าภายในปี 2593 ซึ่ง SMR จะสามารถผลิตไฟฟ้าแบบโมดูล ซึ่งควบคุมการผลิตและซ่อมบำรุงได้ง่ายภายใต้สภาวะควบคุมของโรงงาน ลดต้นทุนและระยะเวลาการก่อสร้าง และมีความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ข้อดีของ SMR ยังไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างกว้างขวางในเชิงพาณิชย์ ก่อให้เกิดต้นทุนสูงในการเข้าสู่ตลาด ซึ่งสูงกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบดั้งเดิม ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าแพงขึ้นตามมา
การจะทำให้ต้นทุนของ SMR ลดลง ต้องอาศัยการนำมาใช้จริงที่มากพอและต่อเนื่อง ขณะที่ไทยมีปัญหาการสื่อสารและการรับรู้ของสาธารณะ ที่ส่วนใหญ่ยังกังวลต่อคำว่าพลังงานนิวเคลียร์ รัฐจำเป็นต้องดึงประชาชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ รวมทั้งพัฒนากฎหมายและองค์กรกำกับดูแล โดยเฉพาะการแก้ไขความทับซ้อนในการกำกับดูแล ความรับผิดชอบทางแพ่งต่อความเสียหายทางนิวเคลียร์ การมีบุคลากรที่มีทักษะเพียงพอ การจัดการกับกากกัมมันตรังสีที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งออกแบบแนวทางจากการที่ไทยยังจำเป็นต้องพึ่งพาผู้จัดจำหน่ายจากภายนอก โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการผูกมัดทางการเงิน หรือการเมืองกับผู้จัดจำหน่ายรายหนึ่งรายใดโดยเฉพาะ
บทสรุปคือ การสร้างความพร้อมใช้ของเทคโนโลยีไฮโดรเจน และ SMR โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและข้อจำกัด ไปพร้อมกับการเร่งขยายพลังงานหมุนเวียนที่ได้รับการพิสูจน์ความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะด้านระบบกักเก็บพลังงาน และการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย






