![]()

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 31 สิงหาคม 2569 ให้ความเห็นสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม Data Center หรือคลังข้อมูลขนาดใหญ่ในประเทศ โดยโน้มน้าวให้ประชาชนชาวอเมริกันเปิดรับยุคสมัยใหม่และยอมรับอุตสาหกรรมดังกล่าวที่จะส่งเสริมเทคโนโลยีและเพิ่มการจ้างงานในประเทศ ทั้งนี้ ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์มีขึ้นหลังจากมีรายงานว่าสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ทั้งสังกัดพรรครีพับลิกันและพรรเดโมแครต เตรียมคัดค้านการขยายอุตสาหกรรม Data Center ในประเทศ เนื่องจากกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงพลังงาน เพราะอุตสาหกรรม Data Center ใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องแบกรับในอนาคตด้วย
ผู้นำสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยกับการชะลออุตสาหกรรมดังกล่าว พร้อมทั้งวิจารณ์กระแสคัดค้านดังกล่าวว่าเป็นขบวนการต่อต้านอุตสาหกรรม หรือ “anti-Data Center movement” และตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลจีนน่าจะพอใจอย่างมาก หากรัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจชะลอการพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าว
ผู้นำสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า หากชาวอเมริกันคัดค้านอุตสาหกรรม Data Center ก็อาจทำให้สังคมถอยหลังและยากจน ดังนั้น หากชาวอเมริกันต้องการความร่ำรวยและประสบความสำเร็จ ก็ควรปล่อยให้เป็นยุคสมัยของอุตสาหกรรม Data Center ต่อไป ปัจจุบัน รัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุนการพัฒนาและขยายอุตสาหกรรม Data Center ในประเทศเพื่อเสริมความมั่นคงด้านเทคโนโลยี เฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาระบบเศรษฐกิจปัญญาประดิษฐ์และสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมอื่น ๆ ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติต้องการให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการกำหนดระเบียบและข้อบังคับเพื่อควบคุมอุตสาหกรรมดังกล่าวไม่ให้ส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว เพราะนอกจากความท้าทายด้านพลังงานแล้ว อุตสาหกรรม Data Center เสี่ยงทำให้สหรัฐฯ ต้องเผชิญวิกฤตขาดแคลนแหล่งทรัพยากรน้ำ
ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ แตกต่างจากความเห็นของชาวอเมริกันส่วนใหญ่ โดยผลสำรวจจากสถาบัน Gallup เมื่อ มีนาคม 2569 ชาวอเมริกันร้อยละ 71 ไม่ต้องการให้อุตสาหกรรม Data Center มาดำเนินการในพื้นที่ใกล้บริเวณที่อยู่อาศัย







