การล่าอาณานิคมด้วยจิตวิทยา : กรณีอิสราเอลประดับธงชาติในดินแดนปาเลสไตน์

กรณีอิสราเอลขยายปฏิบัติการทางทหารและความมั่นคงเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากกลุ่มติดอาวุธชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวปาเลสไตน์ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว เผชิญปรากฏการณ์การล่าอาณานิคมด้วยวิธีการจิตวิทยา หรือ psychological colonization ที่มีเป้าหมายสร้างและขยายความเข้าใจเกี่ยวกับอำนาจของอิสราเอลในพื้นที่ของชาวปาเลสไตน์ ผ่านการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เฉพาะอย่างยิ่งการประดับธงชาติอิสราเอลในเส้นทางคมนาคมและชุมชนของชาวปาเลสไตน์ นอกเหนือจากการสร้างจุดประจำการเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคง หรือการสร้างที่พำนักอาศัยของชาวอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ สถาบันวิชาการ Palestinian Research Center (PRC) เปิดเผยวิธีการดังกล่าวของอิสราเอล เป็นเทคนิคสร้างอำนาจให้อิสราเอลในดินแดนของชาวปาเลสไตน์ ด้านชาวปาเลสไตน์มีมุมมองว่าวิธีการดังกล่าวของอิสราเอล ทำให้ชาวปาเลสไตน์ไม่พอใจ ขณะเดียวกันก็รู้สึกสิ้นหวัง เพราะอิสราเอลขยายพื้นที่และใช้วิธีการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ยึดพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างเดิมของชาวปาเลสไตน์ ใช้ธงชาติไปประดับทำให้เกิดความสับสนต่อนานาชาติ รวมทั้งชาวปาเลสไตน์เองในพื้นที่ Qalqilya, Nablus, Tulkarem และ Salfit ของเขตเวสต์แบงก์ โดยที่ชาวปาเลสไตน์และนานาชาติไม่สามารถคัดค้านได้ โดยมีรายงานว่าปรากฏการณ์ประดับธงชาติอิสราเอลเข้มข้นขึ้นในห้วง มิถุนายน – สิงหาคม 2569 องค์กร Colonization and Wall Resistance Commission ของชาวปาเลสไตน์คาดการณ์ว่าอิสราเอลจะเร่งใช้วิธีการดังกล่าวขยายอิทธิพลในดินแดนของชาวปาเลสไตน์ให้มีลักษณะมั่นคงและถาวรภายในปี 2569 ซึ่งวิธีการล่าอาณานิคมด้วยจิตวิทยานี้ ได้ผลดีมากกว่าการส่งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปปฏิบัติการโดยตรง อาจส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์เดินทางออกจากพื้นที่ เพราะความหวาดกลัว ตลอดจนได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอิสรเอล รวมทั้งนักการเมืองอิสราเอลที่มีอุดมการณ์ชาตินิยมขวาจัดด้วย ล่าสุดเมื่อ 3 กันยายน 2569…

เหตุภูเขาไฟ Anak Krakatua ปะทุในอินโดนีเซีย

อินโดนีเซียเผชิญความท้าทายในการจัดการภัยคุกคามจากภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง หลังจากต้องควบคุมหมอกควันจากปัญหาไฟป่าตั้งแต่กลาง สิงหาคม-ต้น กันยายน 2569 ล่าสุด อินโดนีเซียยังเผชิญความเสี่ยงด้านมลภาวะและภัยพิบัติมากขึ้นจากเหตุภูเขาไฟปะทุในหลายพื้นที่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 4 กันยายน 2569 บริเวณเกาะชวา เกาะสุมาตรา และช่องแคบซุนดา ทำให้เกิดหมอกควันปริมาณมาก เฉพาะอย่างยิ่งกรณีภูเขาไฟ Anak Krakatua ปะทุเมื่อ 6 กันยายน 2569 เป็นผลให้กระทรวงคมนาคมของอินโดนีเซียต้องสั่งระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศชั่วคราว เพื่อป้องกันผลกระทบจากหมอกควันและเศษฝุ่นที่อาจเป็นอันตรายต่อกิจกรรมการคมนาคมทางอากาศ ซึ่งคาดว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ ได้แก่ เกาะชวาตะวันออก และเกาะสุมาตรา มาตรการระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศชั่วคราวใน 8 ท่าอากาศยานทั่วประเทศ ทำให้มีรายงานผู้โดยสารตกค้างที่สนามบินและได้รับผลกระทบอย่างน้อย 170,000 คน ปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาติดตามความเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงของภูเขาไฟ Anak Krakatua อย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ภูเขาไฟดังกล่าวจะปะทุอย่างต่อเนื่อง อินโดนีเซียยืนยันว่าไม่พบสัญญาณว่าจะเกิดเหตุสึนามิ หรือคลื่นสูงที่เป็นผลจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกและภูเขาไฟระเบิด ซ้ำรอยเหตุการณ์เมื่อปี 2561 ที่ภูเขาไฟ Anak Krakatua บางส่วนถล่มลงทะเล ทำให้เกิดคลื่นสึนามิในบริเวณใกล้เคียง มีผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว 429 ราย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอินโดนีเซียเน้นเผยแพร่คำเตือนประชาชนเรื่องผลกระทบต่อสุขอนามัย เนื่องจากเถ้า ฝุ่น…

สเปนเผชิญความท้าทายวิกฤตผู้อพยพตกค้าง

สถานการณ์ผู้อพยพจากภูมิภาคแอฟริกาเหนือไปยังเมือง Ceuta ของสเปนเมื่อ 30-31 กรกฎาคม 2569 แม้จะคลี่คลายไปแล้ว แต่กลายเป็นประเด็นขัดแย้งทางการเมืองและสังคมในสเปน รวมทั้งเป็นความท้าทายสำคัญของรัฐบาล เนื่องจากวิกฤตผู้อพยพดังกล่าวสะท้อนความล้มเหลวของรัฐบาลสเปนด้านการรักษาความมั่นคงและป้องกันความปลอดภัยตามแนวชายแดน รวมทั้งการจัดการกับขบวนการค้ามนุษย์ นอกจากนี้ ชาวสเปนยังรวมตัวกันมากกว่า 50,000 คน เพื่อชุมนุมขับไล่นายกรัฐมนตรี Pedro Sánchez ผู้นำรัฐบาล เมื่อ 3-6 กันยายน 2569 เพราะไม่สามารถจัดการกับผู้อพยพที่ยังคงตกค้างอยู่จำนวนประมาณ 5,000 คน ที่ยังคงตกค้างในพื้นที่สาธารณะของเมือง Ceuta ได้ ชาวสเปนจำนวนมากกจึงวิจารณ์รัฐบาลเชิงลบว่าจัดการล่าช้า ไม่มีนโยบายที่ชัดเจนเพื่อดูแลหรือช่วยหลือผู้อพยพ และต้องการให้รัฐบาลเร่งส่งตัวผู้อพยพที่ตกค้างกลับประเทศต้นทาง หรือให้เดินทางต่อไปยังประเทศอื่น ๆ พรรคการเมืองฝ่ายค้านของสเปนใช้ประโยชน์จากสถานการณ์การประท้วงด้วยการกล่าวโทษรัฐบาลสเปนว่าดำเนินนโยบายเอื้อประโยชน์ต่อโมร็อกโก ยิ่งเป็นเหตุกระตุ้นให้ชาวสเปนไม่พอใจรัฐบาลที่ทำเหมือนชาวสเปนเป็นพลเมืองชั้น 2 และไม่ได้รับการปกป้องจากรัฐบาล จนมีรายงานว่าผู้ชุมนุมประท้วงชาวสเปนบางส่วนแสกงความไม่พอใจด้วยการเผาทำลายที่พักอาศัยชั่วคราวของผู้อพยพในพื้นที่ รัฐบาลสเปนพยายามแก้ไขปัญหาด้วยแนวทางประนีประนอม โดยประกาศเมื่อ 5 กันยายน 2569 ว่าจะสร้างที่พักพิงชั่วคราวให้ผู้อพยพที่ยังคงตกค้างในบริเวณชุมชนอย่างน้อย 4 แห่ง ได้แก่  Loma Colmenar, La Hipica, Tarajal และ Los Rosales ที่เมือง Ceuta…

สหรัฐฯ-อิหร่านโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ

สหรัฐฯ กับอิหร่านปฏิบัติการทางทหารตอบโต้กันรอบใหม่ และบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นพื้นที่ตอบโต้กันไป-มา โดยมีรายงานเมื่อ 6 กันยายน 2569 ว่า สหรัฐฯ-อิหร่านโจมตีตอบโต้กันในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ต่างฝ่ายต่างเน้นทำลายและสกัดกั้นเรือขนส่งพลังงานระหว่างกัน จนทำให้สถานการณ์ปัจจุบันถูกเรียกว่า “Tanker War” โดยสหรัฐฯ ทำลายเรือขนส่งน้ำมันและพลังงานของอิหร่านไปอย่างน้อย 3 ลำ ขณะที่อิหร่านโจมตีเรือขนส่งน้ำมันและพลังงานของประเทศที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ รวมทั้งโจมตีเรือรบของสหรัฐฯ จำนวน 2 ลำ ที่ลาดตระเวนในบริเวณใกล้เคียงกับช่องแคบฮอร์มุซด้วย ทั้งนี้ การโจมตีรอบนี้สหรัฐฯ ระบุว่าอิหร่านเป็นฝ่ายเริ่มใช้ขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือพิฆาตของสหรัฐฯ ก่อน ขณะที่อิหร่านระบุว่าจำเป็นต้องโจมตีเพราะเรือรบของสหรัฐฯ ปิดกั้นเส้นทางเดินเรือของอิหร่าน สาเหตุที่ทำให้สหรัฐฯ-อิหร่านกลับไปโจมตีเรือขนส่งพลังงานในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป้าหมายไปเป็นฐานที่มั่นทางทหารบนชายฝั่งของคู่ขัดแย้ง เนื่องจากเมื่อปลาย สิงหาคม 2569 มีรายงานว่าจำนวนเรือขนส่งพลังงานและสินค้าที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซนั้นเพิ่มขึ้น ทำให้อิหร่านไม่พอใจ เนื่องจากยังไม่อนุญาตให้เกิดเส้นทางเดินเรืออย่างเป็นทางการ และอยู่ระหว่างการเจรจาจัดตั้งเส้นทางเดินเรือใหม่กับโอมาน ผู้เชี่ยวชาญกังวลว่ากรณีอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจากเรือบรรทุกเครื่องบินเปรียบเป็น “กระดูกสันหลัง” ของปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ดังนั้น หากตกเป็นเป้าหมายโจมตีต่อเนื่อง อาจทำให้กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ต้องยกระดับการป้องปรามภัยคุกคามด้วยการโจมตีอิหร่านมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ประเมินว่าอิหร่านจะเริ่มโจมตีเรือรบของสหรัฐฯ มากขึ้น เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการทำสงครามเพื่อความอยู่รอด หรือ existential war…

ผู้นำยูเครนประเมินสงครามกับรัสเซียยังไม่สิ้นสุด แม้สหรัฐฯ เร่งไกล่เกลี่ย

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครนให้ความเห็นเมื่อ 7 กันยายน 2569 เกี่ยวกับสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อเป็นเวลานานตั้งแต่ปี 2565 จะยังคงไม่สิ้นสุดเร็ว ๆ นี้ และทั้ง 2 ประเทศจะต้องปะทะกันอีกในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายสำหรับทั้ง 2 กองทัพ เพราะสภาพอากาศที่เป็นอุปสรรคต่อทหาร และความเสี่ยงที่รัสเซียจะมุ่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ทำให้ทหารและประชาชนยูเครนไม่มีพลังงานเพียงพอ และเผชิญวิกฤตด้านมนุษยธรรม ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากยูเครนกับรัสเซียยกระดับการปะทะและโจมตีด้วยเครื่องมือทางการทหารอย่างตึงเครียด เพื่อหวังกดดันให้คู่ขัดแย้งยอมแพ้หรือยอมรับเงื่อนไขเข้าสู่การเจรจาและหยุดยิง แต่ยังไม่มีสัญญาณว่าทั้ง 2 ประเทศจะยอมรับเงื่อนไขระหว่างกัน ท่าทีของผู้นำยูเครนยังสะท้อนว่าสหรัฐฯ ยังไม่สามารถโน้มน้าวหรือกดดันให้ทั้งรัสเซียและยูเครนวางอาวุธชั่วคราว เพื่อเข้าสู่การเจรจาได้ เนื่องจากนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ด้านการเจรจา และนายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขย ประธานาธิบดีนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งเสร็จสิ้นการเดินทางเยือนรัสเซียและยูเครนเมื่อ 6 กันยายน 2569 และได้เจรจากับผู้นำของทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งประธานาธิบดีรัสเซีย ซึ่งในการหารือกับผู้นำของยูเครน ก็มีเจ้าหน้าที่ระดับที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนีเข้าร่วมด้วย แม้ว่าประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครนจะยอมรับว่าการหารือมีความสำคัญ และขอบคุณสหรัฐฯ ที่ส่งผู้แทนไปเยือนยูเครน แต่ก็ประเมินว่าสงครามจะเกิดขึ้นต่อไป ดังนั้น ยูเครนยังต้องการรับความช่วยเหลือด้านการทหาร…

จีนรับมือผลกระทบสงครามการค้าและสังคมสูงอายุ

กระทรวงการคลังจีนเมื่อ 6 กันยายน 2569 ประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเงินในประเทศ ด้วยการอัดฉีดเงินทุนประมาณ 360,000 ล้านหยวน หรือ 53,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้สถาบันการเงินและธนาคารของรัฐ รวมทั้งบริษัทประกันของรัฐจำนวน 8 แห่ง เพื่อรักษาขีดความสามารถและศักยภาพด้านการสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ บริหารความเสี่ยง และกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ สำหรับสถาบันการเงินและธนาคาร รวมทั้งบริษัทประกันของจีนที่จะได้รับการสนับสนุนจากงบประมาณนี้ เช่น ธนาคาร Industrial and Commercial Bank of China (ICBC) ธนาคาร Agricultural Bank of China (ABC) บริษัท China Life Group และบริษัท People’s Insurance Company (Group) of China (PICC) ซึ่งแต่ละธนาคารและบริษัท ให้ความเห็นว่ามาตรการของรัฐบาลจีนจะเป็นผลต่อการความมั่นคงด้านทุนและการให้บริการในระยะยาว จีนใช้มาตรการอัดฉีดทุนให้สถาบันการเงินและบริษัทประกัน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและการไหลเวียนเงินทุนในระยะยาว ที่จะเผชิญผลกระทบจากการทำสงครามการค้ากับประเทศตะวันตกที่มีแนวโน้มเข้มข้นและตึงเครียดมากขึ้น ประกอบกับจีนเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เช่น…