![]()

สหรัฐฯ กับอิหร่านปฏิบัติการทางทหารตอบโต้กันรอบใหม่ และบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นพื้นที่ตอบโต้กันไป-มา โดยมีรายงานเมื่อ 6 กันยายน 2569 ว่า สหรัฐฯ-อิหร่านโจมตีตอบโต้กันในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ต่างฝ่ายต่างเน้นทำลายและสกัดกั้นเรือขนส่งพลังงานระหว่างกัน จนทำให้สถานการณ์ปัจจุบันถูกเรียกว่า “Tanker War” โดยสหรัฐฯ ทำลายเรือขนส่งน้ำมันและพลังงานของอิหร่านไปอย่างน้อย 3 ลำ ขณะที่อิหร่านโจมตีเรือขนส่งน้ำมันและพลังงานของประเทศที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ รวมทั้งโจมตีเรือรบของสหรัฐฯ จำนวน 2 ลำ ที่ลาดตระเวนในบริเวณใกล้เคียงกับช่องแคบฮอร์มุซด้วย ทั้งนี้ การโจมตีรอบนี้สหรัฐฯ ระบุว่าอิหร่านเป็นฝ่ายเริ่มใช้ขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือพิฆาตของสหรัฐฯ ก่อน ขณะที่อิหร่านระบุว่าจำเป็นต้องโจมตีเพราะเรือรบของสหรัฐฯ ปิดกั้นเส้นทางเดินเรือของอิหร่าน
สาเหตุที่ทำให้สหรัฐฯ-อิหร่านกลับไปโจมตีเรือขนส่งพลังงานในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป้าหมายไปเป็นฐานที่มั่นทางทหารบนชายฝั่งของคู่ขัดแย้ง เนื่องจากเมื่อปลาย สิงหาคม 2569 มีรายงานว่าจำนวนเรือขนส่งพลังงานและสินค้าที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซนั้นเพิ่มขึ้น ทำให้อิหร่านไม่พอใจ เนื่องจากยังไม่อนุญาตให้เกิดเส้นทางเดินเรืออย่างเป็นทางการ และอยู่ระหว่างการเจรจาจัดตั้งเส้นทางเดินเรือใหม่กับโอมาน
ผู้เชี่ยวชาญกังวลว่ากรณีอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจากเรือบรรทุกเครื่องบินเปรียบเป็น “กระดูกสันหลัง” ของปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ดังนั้น หากตกเป็นเป้าหมายโจมตีต่อเนื่อง อาจทำให้กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ต้องยกระดับการป้องปรามภัยคุกคามด้วยการโจมตีอิหร่านมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ประเมินว่าอิหร่านจะเริ่มโจมตีเรือรบของสหรัฐฯ มากขึ้น เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการทำสงครามเพื่อความอยู่รอด หรือ existential war ที่อิหร่านต้องการให้สหรัฐฯ ถอนกองเรือออกจากบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากเป็นภัยคุกคามต่ออิหร่าน ซ้ำยังขัดแย้งกับกฎหมายระหว่างประเทศ
มีความเป็นไปได้สูงที่สหรัฐฯ จะไม่ยกเลิกหรือถอนทหารออกจากบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อกดดันอิหร่านต่อไป ควบคู่กับใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจและการทูต เพื่อรักษาสถานะได้เปรียบในการทำสงครามดังกล่าว และทำให้ชาวอเมริกันเห็นว่าสหรัฐฯ มีอำนาจเหนือกว่าอิหร่านในสงครามนี้ อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังคงรักษาบทบาทได้เปรียบเชิงภูมิรัฐศาสตร์ โดยเมื่อ 7 กันยายน 2569 รัฐบาลประกาศว่าจะตั้งเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแห่งใหม่ในเร็ว ๆ นี้ โดยเป็นผลจากการเจรจากับโอมาน เป็นการส่งสัญญาณว่าอิหร่านยังคงเป็นผู้บริหารจัดการความมั่นคงและเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซร่วมกับโอมาน ไม่ใช่สหรัฐฯ ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยามยามย้ำก่อนหน้านี้







