![]()

บทความนี้เป็นบทความที่ต่อจาก EP.1 ที่เกี่ยวกับมุมองความมั่นคงในภาพรวม และทางออกปัญหาของจังหวัดภูก็ต ขณะที่ EP.2 เฉพาะเจาะจงไปที่พื้นที่ป่าตอง ของอำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต…….
พื้นที่ป่าตอง อำเภอกะทู้ ยังคงเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและกิจกรรมยามค่ำคืนของภูเก็ต แม้อยู่ในช่วงฤดูฝน และฤดูกาลท่องเที่ยวต่ำ (Low Season) แต่ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยในฤดูกาลห้วงกันยายน 2569 นี้ เป็นนักท่องเที่ยวชาวอาหรับเป็นส่วนใหญ่ แทนที่นักท่องเที่ยวจากยุโรปซึ่งนิยมเดินทางในฤดูร้อน เศรษฐกิจในพื้นที่ พึ่งพาห่วงโซ่การท่องเที่ยวเกือบทั้งหมด ทั้งที่พัก ร้านอาหาร สถานบันเทิง บริการชายหาด ยานพาหนะรับจ้าง และงานบริการต่าง ๆ
ข้อสังเกตจากผู้ประกอบการท้องถิ่นสอดคล้องกับข้อมูลมหภาค กล่าวคือ นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางเข้าไปพื้นที่ป่าตอง แต่การใช้จ่ายไม่สูงเท่าอดีต ในฤดูกาลท่องเที่ยวต้นปี 2569 โรงแรมในป่าตองมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย ร้อยละ 80–90 และเต็มในบางช่วง แต่สมาคมโรงแรมหาดป่าตองระบุว่านักท่องเที่ยวจองห้องพักระยะสั้นมากขึ้น บางส่วนย้ายไปที่พักราคาต่ำกว่า และการใช้จ่ายในร้านอาหารและสถานบันเทิงต่ำกว่าปีก่อน ขณะที่ตลาดโรงแรมระดับบนของภูเก็ตในช่วงครึ่งปีแรกอ่อนตัวลง โดยจำนวนผู้เข้าพักลดลง ร้อยละ 2.72 อัตรา การเข้าพักลดลงจากร้อยละ 84.10 เหลือ ร้อยละ 80 และรายได้ต่อห้องพักที่มีอยู่ลดลง ร้อยละ 8.70 ในขณะที่อุปทานห้องพักยังขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงที่พักนอกระบบซึ่งกดราคาและแย่งลูกค้าจากโรงแรมที่ถูกกฎหมาย
สภาพปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่…….
แกนหลักของความขัดแย้งที่สะท้อนจากคนในพื้นที่คือ ความรู้สึกว่ากติกาของพื้นที่ถูกกำหนด โดยกลุ่มภายนอกมากกว่าเจ้าของพื้นที่ ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่การมีนักท่องเที่ยว แต่อยู่ที่การสูญเสียอำนาจในการกำหนดกติกาของคนท้องถิ่น กลุ่มที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด คือ นักท่องเที่ยวและเครือข่ายธุรกิจที่เชื่อมโยงกับชาวอิสราเอล รวมถึงศูนย์ชาบัดป่าตอง โดยข้อร้องเรียนที่ผู้ประกอบการและผู้ให้บริการยกขึ้นซ้ำ ๆ ได้แก่ การไม่ชำระค่าอาหารหรือค่าบริการ การมีปากเสียงกับคนขับรถตุ๊กตุ๊ก การใช้สถานประกอบการในลักษณะจำกัดคนไทย ในเชิงตัวเลขตลาดนักท่องเที่ยวอิสราเอลขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อ กรกฎาคม 2569 มีผู้เดินทางเข้าภูเก็ต 16,152 คน
ส่วนย่านถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี โดยรอบศูนย์ชาบัดป่าตอง มีโครงข่ายบริการรองรับกลุ่มเดียวกันค่อนข้างครบวงจร ทั้งที่พัก ร้านอาหาร รถเช่า ทัวร์ซักรีด เสริมสวย และร้านค้า หากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้พักรับประทานอาหาร เดินทาง และจองทัวร์ภายในเครือข่ายเดียวกัน ซึ่งทำให้รายได้ไม่กระจายสู่ผู้ประกอบการท้องถิ่นเท่าที่ควร การรวมตัวของกลุ่ม “ปกป้องผืนแผ่นดินภูเก็ต” ที่จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่สวนสาธารณะโลมา หาดป่าตอง เมื่อ 28 สิงหาคม 2569 จึงเป็นจุดรวมของความรู้สึกดังกล่าว โดยผู้ร่วมกิจกรรมระบุว่าไม่ได้ต่อต้านนักท่องเที่ยวโดยรวม แต่ต้องการให้รัฐจัดระเบียบพฤติกรรม ธุรกิจนอมินี และการอยู่อาศัยระยะยาวให้ชัดเจนภายใต้กฎหมายไทย
ความขัดแย้งการแข่งขันทางอาชีพ คนท้องถิ่นระบุว่าถูกดันออกจากงานระดับล่างและระดับกลางในห่วงโซ่ของการท่องเที่ยว ทั้งจากแรงงานเมียนมาและมอญที่ขยายเข้าสู่การค้าขายในตลาด รถพุ่มพวง ไรเดอร์ งานรับเหมาก่อสร้าง และถึงระดับร้านอาหาร รวมทั้งจากชาวตะวันตกที่ทำไกด์เถื่อน ทัวร์ครบวงจร รวมถึงธุรกิจเสริมสวย ร้านตัดผม และนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ผ่านระบบนอมินี มีกรณีอดีตพนักงานร้านอาหารทะเลเล่าถึงการแบ่งทิปไม่เท่าเทียมระหว่างพนักงานไทยกับแรงงานต่างด้าวจนต้องลาออก ทั้งนี้ ความขัดแย้งในชั้นนี้มีความเห็นที่แตกต่าง เนื่องจากผู้ประกอบการบางส่วนได้ประโยชน์จากแรงงานราคาถูก แต่ในการรับรู้ของคนทั่วไปถูกจัดกรอบเป็นเรื่อง “ต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย” เป็นหลัก
สภาพปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน…….
ทั้งเขตเมืองป่าตองและแหล่งท่องเที่ยวโดยรอบเผชิญแรงกดดันจากจำนวนนักท่องเที่ยวและประชากรแฝงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระบบสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะทำงานเกินขีดความสามารถในหลายด้าน โดยเทศบาลเมืองป่าตองมีขยะประมาณ 200 ตันต่อวัน ในขณะที่เตาเผาระดับจังหวัดรองรับได้ประมาณ 700 ตันต่อวัน แต่ปริมาณขยะทั้งจังหวัดสูงถึง 1,200–1,500 ตันต่อวัน จึงเกิดภาวะล้นระบบ เส้นทางหลักเข้าป่าตอง ได้แก่ ถนนพระบารมีฝั่งเขา ถนนทวีวงศ์ และถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี การจราหนาแน่นเกือบตลอดวัน โดยเฉพาะช่วงค่ำในย่านสถานบันเทิง จากรถเช่า และรถรับจ้าง
นอกจากนี้ ยังมีการลักลอบประกอบกิจการที่พักและธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงระบบนอมินี ด้านน้ำเสียมีปริมาณเฉลี่ยประมาณ 20,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน แม้โรงบำบัดรองรับได้ 30,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน แต่คลองปากบาง มีตะกอนสะสมจากการไม่ได้ขุดลอกเมื่อฝนตกหนัก น้ำหลากพัดตะกอนและน้ำเสียลงทะเลกระทบคุณภาพน้ำชายหาด มีกรณี กรกฎาคม 2569 ที่น้ำท่วมฉับพลันบริเวณถนนศิริราช วงเวียนไข่มุก และย่านสถานบันเทิง สะท้อนว่าโครงข่ายระบายน้ำยังไม่เพียงพอกับความหนาแน่นของชุมชนในปัจจุบัน
แนวทางออกของปัญหา……
มีหลายทางออกเพื่อการแก้ไขปัญหา แต่อาจต้องเน้นการแก้ไขปัญหาร่วมกันจากหลาย ๆ ฝ่าย เช่น 1) การบังคับใช้กฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและกฎหมายโรงแรมกับที่พักนอกระบบ ร้านอาหาร รถเช่า ทัวร์ และนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ให้มีช่องทางร้องเรียนค่าบริการไม่ชำระและพฤติกรรมข่มขู่ที่ดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมบันทึกสถิติแยกตามประเภทความผิด ไม่แยกตามสัญชาติในแถลงสาธารณะ เพื่อลดการเหมารวม 2) การคุ้มครองอาชีพท้องถิ่น ปราบปรามไกด์เถื่อน ทัวร์ครบวงจรที่ไม่มีใบอนุญาต และอาชีพสงวน แยกมาตรการแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายในงานที่นายจ้างต้องการ ออกจากมาตรการนอมินีและธุรกิจปิดเฉพาะกลุ่ม 3) เร่งแก้โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นตัวเร่งความไม่พอใจ เทศบาลจัดการขยะอินทรีย์ในพื้นที่ตามเป้าหมายจังหวัด เพิ่มจุดคัดแยกขยะชายหาดและร้านอาหารทะเล จำกัดรถเช่าและรถรับจ้างในชั่วโมงเร่งด่วนย่านสถานบันเทิง ขุดลอกคลองปากบางและปรับปรุงประตูระบายน้ำก่อนฤดูฝนปีถัดไป เชื่อมข้อมูลที่พักเถื่อนกับระบบไฟฟ้า ประปา และภาษีท้องถิ่น เพื่อปิดกิจการที่ไม่จดทะเบียน และ 4) วางกรอบนักท่องเที่ยวคุณภาพแทนการพึ่งปริมาณในโลว์ซีซันทบทวนมาตรการวีซ่าและการพำนักระยะยาวที่เชื่อมโยงกับการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งเสริมตลาดที่กระจายรายได้สู่ที่พัก ร้านอาหาร และบริการท้องถิ่นที่ถูกกฎหมาย แทนการปล่อยให้อุปทานห้องพักและเครือข่ายปิดขยายต่อในขณะที่รายได้ต่อห้องลดลง
ติดตาม https:// intshgaring.co EP.1 สถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต







