![]()

การพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวติ้ง (quantum computing) ที่หมายถึงระบบประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงจะช่วยพัฒนาเทคโนโลยีของโลก อย่างไรก็ดี การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ย่อมนำความเสี่ยง (risk) ติดตามมาด้วย เพราะไม่มีผู้ใดรับประกันได้ในปัจจุบันว่าเทคโนโลยีล้ำสมัยจะถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติเสมอไป…
ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยทางไซเบอร์ กำลังให้ความสนใจและแจ้งเตือนทั่วโลกเกี่ยวกับปรากฏการณ์ Q-Day หรือช่วงเวลาที่เทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวติ้งจะเปลี่ยนแปลงโลกด้วยความสามารถในการถอดรหัส (encryption) ทำให้ข้อมูลสำคัญและการสื่อสารทั้งหมดในระบบดิจิทัลเสี่ยงถูกเจาะและจารกรรมไปใช้ประโยชน์ได้ …ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ ให้ความสำคัญกับการศึกษาผลกระทบจากการพัฒนาควอนตัมคอมพิวติ้งอย่างต่อเนื่อง เพราะความสำเร็จของควอนตัมคอมพิวติ้งอาจเป็นความท้าทายของผู้ใช้งาน ไม่แตกต่างจากเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่น ๆ ที่เกิดมาก่อนหน้านี้ แต่ปัจจุบัน เทคโนโลยีดังกล่าวพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำให้บริษัทชั้นนำอย่างบริษัท Google แจ้งเตือนว่า เทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวติ้งอาจสามารถถอดรหัสระบบดิจิทัลทั้งหมดได้ในปี 2572 เร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ และทำให้ทั่วโลกมีเวลาไม่มากพอที่จะป้องกันข้อมูลให้ปลอดภัย และสิ่งที่บริษัท Google เตือนว่าจะเสี่ยงอันตรายมากที่สุด คือ ระบบเงินดิจิทัล
การประเมินของบริษัท Google ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ตื่นตัวและกระตุ้นให้ภาครัฐ ภาคเอกชนและผู้ให้บริการภาคส่วนต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบป้องกันข้อมูลและความปลอดภัยทางไซเบอร์ เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงมากที่อาชญากรหรือแฮกเกอร์จะใช้ความสามารถของควอนตัมคอมพิวติ้งที่ประมวลผลได้เร็ว เพื่อถอดรหัสและเจาะระบบต่าง ๆ ทั้งข้อมูลด้านการเงิน สาธารณสุข อีเมล ข้อมูลส่วนบุคคลและการสื่อสารทุกรูปแบบในโลกออนไลน์ โดยปัจจุบัน มีรายงานอาชญากรทางคอมพิวเตอร์และแฮกเกอร์กำลังรวบรวมข้อมูลไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อรอใช้ควอนตัมคอมพิวติ้งถอดรหัส หรือการโจมตีแบบ “harvest now, decrypt later”
สิ่งที่น่ากังวลเกี่ยวกับ Q-Day นอกจากเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลในโลกดิจิทัลแล้ว มีรายงานว่า ปรากฏการณ์ Q-Day จะเปลี่ยนกฎระเบียบในโลกออนไลน์ตลอดไป จึงเป็นสาเหตุให้สำนักงานสอบสวนกลาง (Federal Bureau Investigation-FBI) สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Institute of Standards and Technology-NIST) และสำนักงานความมั่นคงทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐาน (Cybersecurity and Infrastructure Security Agency -CISA) ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้นำโลกด้านเทคโนโลยีในปัจจุบันได้กำหนดให้ปี 2569 เป็นปีของการสร้างความตระหนักรู้เรื่องความมั่นคงปลอดภัยควอนตัม (Year of Quantum Security) เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาล หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว
การที่หน่วยความมั่นคงสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังและป้องกันภัยคุกคามจากควอนตัมคอมพิวติ้ง อาจเรียกได้ว่าเป็นกระบวนการทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่กลายเป็นเรื่องความมั่นคง หรือ securitization ซึ่งเป็นไปตามหลักคิดวิชาความมั่นคง และการกำหนดภัยคุกคามที่จะส่งผลเสียต่อผลประโยชน์ของชาติ …และไม่ว่าบริษัทผู้ให้บริการระบบความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลเหล่านี้หรือไม่ …เราเชื่อว่าทั่วโลกได้เห็น “ผลกระทบ” ทั้งเชิงบวกและเชิงลบจากการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต สื่อสังคมออนไลน์ การเชื่อมโยงทางดิจิทัล สกุลเงินดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) ที่มนุษยชาติต้องหารือกันกำหนดจริยธรรมและแนวปฏิบัติร่วม เพื่อควบคุมการใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ปลอดภัยกว่าเดิม
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ปรากฏการณ์ Q-Day จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโลกดิจิทัล โดยที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่อาจทำให้มาตรการป้องกันความปลอดภัยในปัจจุบันไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป โดยเฉพาะการปกป้องข้อมูลด้วยวิทยาการ Cryptography หรือการเข้ารหัสข้อมูลด้วยการแปลงข้อความเป็นข้อมูลรูปแบบอื่น ทั้งนี้ การประเมินและมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน สอดคล้องกับรายงานการประเมินภัยคุกคามจากเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวติ้งที่จัดทำโดยสถาบันวิจัยความเสี่ยงของโลก ที่แคนาดา เมื่อปี 2562 และปี 2568 หรือรายงาน Quantum Threat Timeline Report ที่ประเมินว่าเมื่อเกิดปรากฏการณ์ Q-Day จะสามารถถอดรหัสข้อมูลที่ใช้วิทยาการ Cryptography ได้ภายในระยะเวลาเพียง 24 ชั่วโมง และยังสอดคล้องกับคำเตือนของ Project 11 เมื่อต้น พฤษภาคม 2569 ว่าภัยคุกคามจากควอนตัมคอมพิวติ้งอาจส่งผลกระทบต่อมนุษย์ในปี 2573
นักวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีกำลังเร่งค้นหาวิธีรับมือและแก้ไขปัญหาความปลอดภัยหลัง Q-Day โดยมีข่าวดีเพราะมีรายงานว่านักวิจัยกำลังผลิตไมโครชิปที่อาจช่วยป้องกันการถอดรหัสข้อมูลที่มีความซับซ้อนได้ อย่างไรก็ตาม การผลิตและใช้งานไมโครชิปดังกล่าวต้องใช้พลังงานมหาศาล และใช้ข้อมูลด้านชีววิทยาประกอบกับสาธารณสุข ซึ่งอาจมีความซับซ้อนและเป็นวิทยาการที่เข้าถึงยาก ซึ่งทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม
Q-Day อาจเป็นทั้งชัยชนะด้านการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาที่ทั่วโลกเผชิญความท้าทายในการปกป้องข้อมูลสำคัญให้ปลอดภัย มนุษย์ยุคใหม่คงหนีไม่พ้นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหล่านี้ มีเพียงต้องปรับตัวและรู้เท่ากัน …ปรากฏการณ์ Q-Day อาจคล้ายกับปรากฏการณ์ Y2K ที่ทั่วโลกคุ้นเคย และก้าวสู่ยุค millennium แต่ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศเตือนว่า ปรากฏการณ์ Y2K นั้น มนุษยชาติมีความร่วมมือและมีเวลาเตรียมพร้อมมากกว่าปัจจุบัน นอกจากนี้ วิธีการรับมือกับ Y2K ยังเข้าถึงได้ง่ายกว่า Q-Day
……ดังนั้น นอกจากภาครัฐและภาคประชาชนและต้องตื่นตัวกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในอนาคตแล้ว ประเด็น Q-Day ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า ผู้ทรงอำนาจและมีอิทธิพลต่อทิศทางความมั่นคงโลกในอนาคต จะยังคงเป็นกลุ่ม Big Tech หรือผู้ครอบครองการพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ เพราะกลุ่ม Big Tech อาจเป็นผู้กำหนดเวลา Q-Day รวมทั้งเป็นผู้ครอบครองกุญแจเปิด-ปิดกล่องแพนโดรา (pandora box) ที่แท้จริง







