![]()

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย เยือนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 19-20 พฤษภาคม 2569 เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงที่กรุงปักกิ่ง ผู้นำรัสเซียคาดหวังให้การเยือนครั้งนี้เป็นผลดีต่อความร่วมมือของรัสเซีย-จีน รวมทั้งสร้างเสถียรภาพให้โลก พร้อมระบุว่ารัสเซียกับจีนสามารถร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมสันติภาพโลกได้ เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter) ซึ่งเป็นสนธิสัญญานานาชาติ นอกจากนี้ รัสเซียกับจีนยังมีความร่วมมือในกรอบพหุภาคีที่หลากหลาย เช่น กรอบ Shanghai Cooperation Organisation (SCO) และกรอบ BRICS ที่เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มพูนการแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก
ผู้นำรัสเซียเชื่อว่า หลักการสำคัญที่ทำให้รัสเซียและจีนร่วมมือกันได้อย่างดี คือ การเคารพอธิปไตย การให้ความสำคัญกับเอกภาพของชาติ และการมองสู่ความร่วมมือในอนาคต
การเยือนจีนของผู้นำรัสเซียครั้งนี้เกิดขึ้นในโอกาสครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์รัสเซีย-จีน ตามสนธิสัญญา Treaty of Good-Neighbourliness and Friendly Cooperation ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีปูตินกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พบหารือกันเมื่อ ตุลาคม 2568 ที่เกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม ทั่วโลกให้ความสนใจกรณีผู้นำรัสเซียเยือนจีนทันที หลังจากผู้นำจีนต้อนรับและพบหารือกับผู้นำสหรัฐฯ เมื่อกลาง พฤษภาคม 2569 ดังนั้น ความเคลื่อนไหวของผู้นำโลกที่ไปเยือนจีน อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อความมั่นคงโลก หรือการพบหารือที่เกิดขึ้นอาจเป็นการตอกย้ำการแบ่งขั้วของมหาอำนาจ ที่สหรัฐฯ จะยังคงเป็นมหาอำนาจอันดับ 1 ส่วนรัสเซียกับจีนจะร่วมมือกันมากขึ้นเพื่อรับมือกับยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลง เฉพาะอย่างยิ่งด้านการค้าและการส่งออก
ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศประเมินว่าการพบหารือระหว่างผู้นำรัสเซียกับผู้นำจีนครั้งนี้อาจมีการกำหนดท่าทีร่วมกันประเด็นความมั่นคงโลกและสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง และทั้ง 2 ฝ่ายจะไม่ก้าวก่ายสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในประเทศ ทั้งประเด็นสถานการณ์สงครามยูเครน และความมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน







