![]()

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนต้อนรับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียที่เดินทางเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการ เมื่อ 19 พฤษภาคม 2569 ผู้นำจีนต้อนรับผู้นำรัสเซียอย่างสมเกียรติ จากนั้นได้หารือกันประเด็นการกระชับความร่วมมือ และลงนามในข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อขยายความสัมพันธ์ด้านการค้า ความมั่นคงพลังงาน และการทูต พร้อมกับร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์ตามสนธิสัญญา Treaty of Good-Neighborliness and Friendly Cooperation ที่เป็นข้อตกลงแก้ไขปัญหาขัดแย้งประเด็นพรมแดนจีน-รัสเซีย และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกันมากขึ้นตั้งแต่ปี 2544 และปัจจุบัน จีนกับรัสเซียเห็นพ้องจะขยายอายุสนธิสัญญาดังกล่าวด้วย
สื่อมวลชนต่างประเทศวิเคราะห์ว่าปัจจัยที่ทำให้บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างจีน-รัสเซียในปัจจุบันใกล้ชิดและแน่นแฟ้นกันมากขึ้น อาจเป็นผลจากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีปูติน เพราะทั้ง 2 ผู้นำมีอำนาจปกครองประเทศยาวนาน จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่อกัน และได้พบหารือกันมาแล้วมากกว่า 40 ครั้ง นอกจากนี้ ทั้ง 2 ประเทศร่วมมือกันเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐฯ ซึ่งมีมุมมองว่าจีนและรัสเซียเป็นความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์มาโดยตลอด ทำให้จีนและรัสเซียใช้หลักการร่วมมือกันมากขึ้นเพื่อรับมือกับสหรัฐฯ
ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันผู้นำรัสเซียต้องพึ่งพาผู้นำจีนมากกว่าในอดีต เพราะรัสเซียเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติจากกรณีสงครามในยูเครน อย่างไรก็ตาม นักวิชาการมีมุมมองว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซียในปัจจุบันเป็นรูปแบบการพึ่งพาอาศัย เพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของประเทศในช่วงที่สถานการณ์โลกผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศการพบหารือระหว่างผู้นำจีนและผู้นำรัสเซียที่ราบรื่น ยังสะท้อนว่าปัจจุบันจีนพร้อมร่วมมือกับต่างประเทศทุกฝ่าย เพราะก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ผู้นำจีนต้อนรับประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 13-15 พฤษภาคม 2569 อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนในต่างประเทศตั้งข้อสังเกตว่าสื่อมวลชนจีนรายงานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซียตามข้อเท็จจริง ขณะที่สื่อมวลชนรัสเซียรายงานเน้นย้ำท่าทีของผู้นำรัสเซียที่ระบุว่าความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศยกระดับเพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณว่าผู้นำรัสเซียอาจเป็นฝ่ายต้องการใช้การเยือนครั้งนี้ เสริมสร้างความมั่นคงทางการเมืองทั้งในประเทศและในเวทีนานาชาติ โดยความร่วมมือที่น่าจับตามองอย่างมาก คือ การร่วมกันสร้างท่อขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่ และการโน้มน้าวจีนให้แสดงท่าทีสนับสนุนรัสเซียในสงครามยูเครนมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา จีนระมัดระวังท่าทีเกี่ยวกับสงครามในยูเครน โดยพยายามกำหนดท่าทีเป็นกลาง และสนับสนุนสันติภาพ







