![]()

สถานการณ์ความมั่นคงและพัฒนาการทางการเมืองในเมียนมาได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศและองค์กรปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อ 21 พฤษภาคม 2569 มีรายงานว่าปัจจุบัน รัฐบาลเมียนมาสนับสนุนให้เยาวชนอายุระหว่าง 16-19 ปี สมัครโครงการฝึกอบรมเพื่อเป็นกำลังพลในกองทัพเมียนมา โดยรัฐบาลเมียนมารณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้เยาวชนทั่วประเทศ สมัครหลักสูตรของกองทัพ ที่กรุงเนปยีดอ และเมืองใกล้เคียง โดยหลักสูตรดังกล่าวจะเริ่มเปิดเรียน รวมทั้งฝึกอบรมระหว่างปีการศึกษา 2569-2570 โดยรัฐบาลและกองทัพสร้างแรงจูงใจด้วยการให้เยาวชนเข้าร่วมหลักสูตรดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และมีโอกาสได้รับการศึกษาต่อในโรงเรียนของกองทัพต่อไป
องค์กรปกป้องสิทธิมนุษยชนทั้งในเมียนมาและต่างประเทศ มีมุมมองว่าโครงการดังกล่าวเป็นไปเพื่อจูงใจให้เยาวชนเมียนมาเป็นกำลังพลในกองทัพ ที่ต้องปฏิบัติการรักษาความมั่นคงในประเทศต่อไปในระยะยาว ที่ผ่านมา กองทัพเมียนมาสูญเสียกำลังพลระหว่างการสู้รบกับกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมืองและชนกลุ่มน้อยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องเร่งรับสมัครทหารรุ่นใหม่ รวมทั้งอาจใช้หลักสูตรดังกล่าวแพร่กระจายอุดมการณ์ความมั่นคงทางการเมืองของกองทัพเมียนมา โดยใช้โอกาสจากระบบการศึกษาที่ล้มเหลวในช่วงสงครามกลางเมือง ฟื้นฟูระบบการศึกษารูปแบบใหม่ที่จะเอื้อประโยชน์ต่ออำนาจทางการเมืองของกองทัพ นอกจากนี้ รัฐบาลและกองทัพเมียนมาใช้โรงเรียนทหารรูปแบบใหม่นี้โน้มน้าวให้เยาวชนชาวเมียนมาร่วมมือกับกองทัพมากขึ้น แทนที่จะเดินทางออกนอกประเทศหรือไปประกอบอาชีพอื่น
ที่ผ่านมา สถานการณ์ความไม่มั่นคงในเมียนมา และแรงกดดันจากรัฐบาล รวมทั้งกองทัพเมียนมาที่ต้องการให้ชาวเมียนมาอายุระหว่าง 18-35 ปี เกณฑ์ทหาร โดยประกาศใช้กฎหมายเมื่อปี 2567 ที่กำหนดให้พลเมืองเพศชายและหญิงต้องเข้าเกณฑ์ทหารเป็นระยะเวลา 2 ปี ทำให้ชาวเมียนมาบางส่วนต้องการอพยพออกจากประเทศ เพราะมีมุมมองว่านโยบายดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิและความปลอดภัย ทั้งนี้ มาตรการของเมียนมาทำให้มีการเกณฑ์ทหารเพิ่มแล้วอย่างน้อย 110,000 คน







