![]()

สหรัฐฯ กับอิหร่านเริ่มการโจมตีด้วยเครื่องมือทางการทหารอีกครั้งเมื่อ 27 พฤษภาคม 25689 โดยกองบัญชาการ กลาง (US Central Command) ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้ปฏิบัติการโจมตีเมือง Bandar Abbas ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญทางชายฝั่งตอนใต้ของอิหร่าน พร้อมกับสกัดกั้นอากาศยานไร้คนขับที่กองทัพอิหร่านส่งมาในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างน้อย 4 ลำ ทั้งนี้ กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ ย้ำว่าการโจมตีเป็นไปเพื่อปกป้องตนเอง และป้องกันภัยคุกคามจากอิหร่าน ตลอดจนยืนยันว่าสหรัฐฯ ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด ด้านสื่อต่างประเทศมีมุมมองว่ากรณีสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านจะไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศการเจรจา และการรักษาข้อตกลงหยุดยิงระหว่าง 2 ประเทศ
เมือง Bandar Abbas เป็นเมืองท่าที่ตั้งฐานทัพของกองทัพเรืออิหร่าน ปัจจุบันรัฐบาลอิหร่านเปิดเผยว่ามีเหตุระเบิดในพื้นที่หลายครั้ง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่รัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ พร้อมกันนี้ โฆษกรัฐบาลอิหร่านวิจารณ์สหรัฐฯ เชิงลบ โดยระบุว่าสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านทั้งที่อยู่ระหว่างการเจรจา สะท้อนว่าพฤติกรรมของสหรัฐฯ นั้นไม่น่าเชื่อถือ ไม่เป็นผลดีต่อการเจรจาและความปลอดภัยของภูมิภาคตะวันออกกลาง
ที่ผ่านมา สหรัฐฯ กับอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกันเมื่อ 8 เมษายน 2569 โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลางประสานงาน แต่มีรายงานการละเมิดข้อตกลงหลายครั้ง โดยต่างฝ่ายต่างยืนยันว่าปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด แต่อ้างความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์และความมั่นคง จึงต้องใช้เครื่องมือทางทหารเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ เช่น กรณีสหรัฐฯ ปฏิบัติการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ตั้งแต่ 12 เมษายน 2569 เพื่อสกัดกั้นการเดินเรือทุกประเภทของอิหร่าน กรณีอิหร่านยิงและยึดเรือขนส่งสินค้าของต่างประเทศที่ไม่ได้ขออนุญาตเดินเรือกับรัฐบาลอิหร่านเมื่อห้วง 18-22 เมษายน 2569 และกรณีประเทศรอบอ่าวรายงานว่าพบอากาศยานไร้คนขับพยายามสอดแนมและโจมตีแหล่งพลังงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านไม่ได้มีผลทำให้บรรยากาศความขัดแย้งและความตึงเครียดผ่อนคลายลง เนื่องจากคู่ขัดแย้งยังใช้เครื่องมือทางทหารสร้างความได้เปรียบในพื้นที่อื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศประเมินว่า สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านในห้วงนี้เพื่อแสดงแสนยานุภาพทางการทหารที่เหนือกว่า ควบคู่กับกดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขการเจรจา เฉพาะอย่างยิ่งการยกเลิกโครงการพัฒนานิวเคลียร์ รวมทั้งเป็นการเตือนประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะโอมาน ไม่ให้ร่วมมือกับอิหร่านเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยที่สหรัฐฯ ไม่มีส่วนร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ตึงเครียดส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในสหรัฐฯ และทำให้ผลสำรวจความนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ตกต่ำลง ซึ่งอาจเป็นผลเสียต่อการเลือกตั้งทั่วไปกลางสมัยที่จะมีขึ้นในปลายปี 2569 ได้ แต่ล่าสุดเมื่อ 27 พฤษภาคม 2569 ผู้นำสหรัฐฯ ยังเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางจะไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเมืองของรัฐบาล และส่งสัญญาณว่าอาจโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ หากพยายามเปลี่ยนแปลงข้อตกลงระหว่างกัน







