![]()

รัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติญี่ปุ่นใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติ โดยอนุมัติกฎหมายที่จะเพิ่มพูนขีดความสามารถด้านงานข่าวกรองของประเทศ ในช่วงที่สถานการณ์โลกไม่แน่นอนและเสี่ยงเผชิญความขัดแย้งสูง ล่าสุด เมื่อ 27 พฤษภาคม 2569 มีรายงานว่าวุฒิสภาญี่ปุ่นมีมติข้างมากเห็นชอบกฎหมายที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งสภาข่าวกรองแห่งชาติ (National Intelligence Council) ซึ่งจะเป็นหน่วยงานที่อยู่ร่วมกับคณะรัฐมนตรี และมีอำนาจการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ โดยมีนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานร่วม คาดว่าจะเริ่มกระบวนการจัดตั้งสภาข่าวกรองแห่งชาติในช่วงฤดูร้อนปี 2569 หรือประมาณห้วง กรกฎาคม 2569
กฎหมายดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาลญี่ปุ่น เนื่องจากเห็นพ้องว่าสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและเป็นความท้าทายต่อญี่ปุ่นอย่างมาก จึงจำเป็นต้องขยายขีดความสามารถด้านการข่าวกรอง เพื่อให้รัฐบาลญี่ปุ่นมีข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องเพียงพอต่อการกำหนดนโยบาย อย่างไรก็ตาม นักการเมืองบางส่วนคัดค้านกฎหมายนี้ เนื่องจากวิตกว่าอาจมีการใช้อำนาจของสภาข่าวกรองแห่งชาติโดยมิชอบ ทำให้เกิดปัญหาการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และอาจเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลเพิ่มอำนาจเกินขอบเขตหลักประชาธิปไตย ทั้งนี้ นักการเมืองที่สนับสนุนกฎหมายดังกล่าวยืนยันกับประชาชนชาวญี่ปุ่นว่ารัฐบาลจะใช้กฎหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชน รวมทั้งจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นกลางทางการเมือง
การจัดตั้งสภาข่าวกรองแห่งชาติของญี่ปุ่น อาจมีลักษณะคล้ายกับสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ (The Office of the Director of National Intelligence) ที่ทำหน้าที่ประสานงานและรวบรวมข้อมูลระหว่างหน่วยข่าวกรองพลเรือนและทหารของสหรัฐฯ จำนวน 18 หน่วย รวมทั้งสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) และสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ขณะที่หน่วยข่าวกรองของสหราชอาณาจักรแบ่งเป็นหน่วยข่าวกรองในประเทศ (MI5) และหน่วยข่าวกรองต่างประเทศ (MI6) โดยมีคณะกรรมาธิการข่าวกรองร่วม (Joint Intelligence Committee) เป็นกลไกระดับคณะรัฐมนตรี ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและประสานงาน ที่ผ่านมา หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการรวบรวมข้อมูลควบคู่กับเคารพสิทธิส่วนบุคคล และข้อมูลส่วนตัว เนื่องจากเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสำคัญอย่างมาก
จีนคัดค้านการเห็นชอบกฎหมายดังกล่าวของญี่ปุ่น และวิจารณ์ว่ากฎหมายดังกล่าวสะท้อนว่าญี่ปุ่นต้องการรื้อฟื้นหน่วยข่าวกรองที่ปฏิบัติหน้าที่ระหว่างเผชิญสงคราม เป็นการนำหลักคิดทางทหารไปใช้ในการปกครองและดำเนินนโยบายต่างประเทศ รวมทั้งอาจสร้างหน่วยตำรวจพิเศษระดับสูง หรือ Tokko ที่เคยใช้ปราบปรามอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นอันตรายต่อความมั่นคงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้น ประเทศเพื่อนบ้านของญี่ปุ่นต้องระมัดระวังความปลอดภัยมากขึ้น







