![]()

ประธานาธิบดีมินอองไลง์ ของเมียนมา จะเยือนจีนอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 14 มิถุนายน 2569 เพื่อขยายความสัมพันธ์ทางการทูต เศรษฐกิจ และความมั่นคงระหว่างกัน โดยผู้นำเมียนมาเลือกเดินทางเยือนจีนเป็นประเทศที่ 2 หลังจากรับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการเมือง เมษายน 2569 ปัจจุบัน ทั่วโลกให้ความสนใจความเคลื่อนไหวของผู้นำรัฐบาลเมียนมาที่ต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับการยอมรับในเวทีระหว่างประเทศ ตลอดจนพัฒนาความร่วมมือด้านการลงทุน เศรษฐกิจ และปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในเมียนมา
ประธานาธิบดีเมียนมาจะเยือนจีนเป็นระยะเวลา 5 วัน คาดว่าจะมีบรรยากาศการเยือนและพัฒนาความสัมพันธ์ในเชิงบวก เนื่องจากที่ผ่านมา จีนให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนเมียนมา แม้ว่าจะเผชิญแรงกดดันทางการเมืองและมาตรการคว่ำบาตรจากประเทศตะวันตก แต่จีนมีมุมมองว่าเมียนมาเป็นพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่สำคัญอย่างมาก รวมทั้งเป็นประเทศหุ้นส่วนที่ให้ความสำคัญและเคารพหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ 5 ประการ (Peaceful Coexistence) ทำให้ทั้ง 2 ประเทศมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกันหลายประการ โดยเฉพาะโครงการ China–Myanmar Economic Corridor ที่เคยเป็นโครงการลงทุนในต่างประเทศที่สำคัญของจีนและเมียนมาเมื่อปี 2563 ส่วนในปี 2569 เมียนมากับจีนจะครบรอบ 76 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างกันด้วย
รัฐบาลเมียนมาให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน ขณะที่นานาชาติมีมุมมอว่าปัจจุบันจีนให้ความสำคัญกับการสร้างอิทธิพลทางการเมืองและเศรษฐกิจในเมียนมา เนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์เชื่อมต่อไปยังมหาสมุทรอินเดีย และมีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ โดยเฉพาะแร่หายาก ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการเป็นมหาอำนาจของจีน
จีนมีบทบาทสำคัญในการจัดการความมั่นคงในเมียนมา ที่ผ่านมา จีนสนับสนุนเมียนมาให้เร่งปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีชาวจีนเข้าไปเกี่ยวข้อง เฉพาะอย่างยิ่งเครือข่ายสแกมเมอร์ในพื้นที่ตอนเหนือและบริเวณชายแดนเมียนมา-ไทย เนื่องจากเป็นภัยคุกคามต่อภาพลักษณ์มหาอำนาจของจีน ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนเยือนเมียนมาเมื่อ เมษายน 2569 เพื่อแสดงออกว่าสนับสนุนพัฒนาการทางการเมืองของเมียนมา และยืนยันว่าจีนจะไม่แทรกแซง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มีมุมมองว่ารัฐบาลจีนสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้มีบทบาทสำคัญทางการเมืองในเมียนมาได้ทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล และชนกลุ่มน้อย เฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ตอนเหนือที่กองทัพเมียนมายังเสียเปรียบชนกลุ่มน้อย ตลอดจนสามารถตั้งหน่วยงาน Joint Security Company ในเมียนมาเพื่อเป้าหมายปกป้องผลประโยชน์ของจีนในเมียนมาได้ ทำให้เมียนมาเสี่ยงเผชิญแรงกดดันและต้องรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับจีนมากขึ้นในอนาคต







