![]()

สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางใน ต้นกรกฎาคม 2569 น่าจับตามองไปที่ความเคลื่อนไหวของประเทศในภูมิภาค เฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศรอบอ่าว เนื่องจากมีความพยายามหลากหลายรูปแบบที่จะจัดการความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่เป็นคู่ขัดแย้งที่ยังไม่บรรลุการเจรจาสันติภาพระหว่างกัน ทำให้ประเทศที่อยู่ในภูมิภาค เฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่มีที่ตั้งใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ จุดขัดแย้งสำคัญ ต้องแสดงบทบาทเพื่อรักษาบรรยากาศความมั่นคง
ล่าสุดเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 มีรายงานว่า โอมานเสนอร่างแผนการบริหารการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของอิหร่าน ที่เสนอให้เรือขนส่งสินค้าทุกประเภทจ่ายค่าใช้บริการ (service fee) ให้โอมานและอิหร่านด้วย พร้อมยืนยันว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวไม่ใช่ค่าธรรมเนียมผ่านทาง อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนต่างประเทศรายงานว่าสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยกับร่างแผนนี้ และจะหารือกับโอมานต่อไปในสัปดาห์นี้ แต่สื่อมวลชนบางสำนักระบุว่า อิิหร่านและโอมานกำลังมีความเห็นแตกต่างเกี่ยวกับการจัดตั้งระบบบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากทั้งสองฝ่ายจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมช่องแคบฮอร์มุซกับโอมานเป็นครั้งแรกที่กรุงมัสกัต เมื่อ 29 มิถุนายน 2569
นอกจากความเคลื่อนไหวของโอมาน กาตาร์ก็จัดการหารือกับผู้แทนจากสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยมีรายงานเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 ว่า นายกรัฐมนตรีกาตาร์พบหารือกับนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ และนายจาเร็ด คุชเนอร์ ผู้แทนการเจรจาฝ่ายสหรัฐฯ ที่กรุงโดฮา จากนั้นหารือกับคณะผู้แทนฝ่ายอิหร่าน และเปิดเผยว่า สหรัฐฯ กับอิหร่านจะหารือกันต่อไปที่กาตาร์ ทั้งรูปแบบการพบหารือโดยตรงและโดยอ้อม แต่จะไม่ใช่การเจรจาระหว่างผู้แทนระดับสูง ขณะที่กาตาร์จะดำรงบทบาทประเทศตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง และรักษาช่องทางการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านต่อไป
ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางที่สำคัญ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (UAE) ต้องการให้สหรัฐฯ กับอิหร่านลดระดับความขัดแย้งและยุติสงคราม เนื่องจากการปะทะทางทหารและความไม่แน่นอนในการเจรจาส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัย รวมถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ปัจจุบันมีผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางอาจยินยอมให้อิหร่านและโอมาน เก็บค่าใช้บริการช่องแคบฮอร์มุซ แลกเปลี่ยนกับความปลอดภัยและทำให้เส้นทางดังกล่าวกลับไปใช้ประโยชน์ได้ตามปกติ
ความเคลื่อนไหวของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยังไม่เพียงพอต่อการเสริมความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ พิจารณาจากการประเมินภัยคุกคามของศูนย์ Joint Maritime Information Center ที่ระบุว่าภัยคุกคามในช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ในระดับสูง แม้จะมีเรือพาณิชย์สามารถเดินทางผ่านช่องแคบได้บางส่วน แต่ยังมีจำนวนน้อยกว่าช่วงก่อนเกิดสงคราม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดว่า สถานการณ์ด้านความปลอดภัยและการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซจะไม่สามารถกลับไปสู่สภาพเดิมได้อีกต่อไป เนื่องจากอิหร่านมีแนวโน้มจะใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นอำนาจต่อรองระหว่างประเทศในระยะยาว







