![]()

นโยบายการค้าและความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศต่าง ๆ อาจมีความท้าทายมากขึ้น เนื่องจากสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะออกมาตรการใหม่ ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาขาดดุลการค้าระหว่างประเทศในห้วงครึ่งหลังของปี 2569 สำหรับสาเหตุที่ทำให้สหรัฐฯ อาจใช้มาตรการภาษีและต่อรองในการเจรจาการค้ามากขึ้น เพราะสหรัฐฯ กำลังขาดดุลการค้ามากขึ้น โดยฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เผยแพร่รายงานเมื่อ 7 กรกฎาคม 2569 ว่า สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับต่างประเทศมากขึ้นถึง 77,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อห้วง พฤษภาคม 2569 มากที่สุดในรอบ 14 เดือน โดยนำเข้าสินค้าประเภททุน (Capital Goods) เพิ่มขึ้นจากเมื่อห้วงเมษายน ร้อยละ 3.3 และส่งออกน้อยลงร้อยละ 3.2
กลุ่มสินค้าที่สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจำนวนและมูลค่ามาก ได้แก่ อุปกรณ์สื่อสาร ยารักษาโรค และเซมิคอนดักเตอร์ สะท้อนว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในสหรัฐฯ กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีความต้องการสินค้าสูง และเร่งตอบสนองนโยบายพัฒนาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอันดับ 1 ของโลก เฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้นมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าประเภทส่วนประกอบรถยนต์และเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นมูลค่า 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับประเทศที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ามากที่สุดเมื่อ พฤษภาคม 2569 ได้แก่ เวียดนาม เม็กซิโก ไต้หวัน จีน และสหภาพยุโรป
การที่สหรัฐฯ เสียเปรียบดุลการค้ากับต่างประเทศเพิ่มขึ้น อาจเป็นข้อมูลให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พิจารณาเงื่อนไขการค้าและมาตรการภาษีเพิ่มเติม เพื่อปกป้องผลประโยชน์ด้านการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เชื่อว่า การใช้มาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ มาโดยตลอด จะช่วยแก้ไขปัญหาขาดดุลการค้าได้ และเคยใช้ประเด็นนี้ทำสงครามการค้ากับจีน ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งผู้นำสมัยแรก รวมทั้งมีแผนเสนอใช้รัฐบัญญัติการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 เป็นเครื่องมือกดดันทางเศรษฐกิจต่อประเทศคู่ค้า ด้วยการสอบสวนพฤติกรรมการค้าของประเทศคู่ค่าที่ไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐฯ ด้วย
อย่างไรก็ดี นักเศรษฐศาสตร์ในสหรัฐฯ บางส่วนมีมุมมองว่า การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นในห้วงที่ผ่านมา อาจเป็นสัญญาณเชิงบวก เพราะสะท้อนว่าความต้องการสินค้าสำคัญในอุตสาหกรรมพัฒนาเทคโนโลยีของสหรัฐฯ มีความแข็งแกร่ง ต่อเนื่อง และมีโอกาสทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นผู้นำโลกด้านเทคโนโลยีได้เร็วขึ้น ผู้เชี่ยวชาญประเมินด้วยว่า นักธุรกิจและผู้ประกอบการในสหรัฐฯ เร่งนำเข้าสินค้าประเภททุน เพื่อลดอุปสรรคหากเกิดสงครามระหว่างประเทศหรือปัญหาห่วงโซ่อุปทานสินค้าติดขัดจากสถานการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งมาตรการภาษีของผู้นำสหรัฐฯ เองที่ยังไม่แน่นอนและมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด กรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศว่าจะไม่ต่ออายุข้อตกลงทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสหรัฐฯ-แคนาดา-เม็กซิโก (USMCA) หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการค้าให้เป็นธรรมกับสหรัฐฯ มากขึ้น







