![]()

ประธานาธิบดีปราโบโว สุเบียนโต ของอินโดนีเซีย ประกาศเมื่อ 13 กรกฎาคม 2569 ว่าอินโดนีเซียประสบความสำเร็จในการพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทไบโอดีเซล ชนิด B50 ที่มีส่วนผสมจากน้ำมันปาล์มร้อยละ 50 เป็นประเทศแรกของโลก ซึ่งเป็นผลจากการที่รัฐบาลสนับสนุนโครงการพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมจากพืช หรือแหล่งพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ คาดว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 44 ล้านตัน/ปี รวมทั้งเพิ่มโอกาสที่อินโดนีเซียจะลดการพึ่งพาน้ำมันฟอสซิล และลดการน้ำมันดีเซลจากต่างประเทศ
ผู้นำอินโดนีเซียใช้โครงการดังกล่าวเป็นผลงานของรัฐบาลที่ส่งเสริมความมั่นคงพลังงาน และการเปลี่ยนรูปแบบการใช้พลังงานเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมกับเน้นย้ำว่า รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกจากโครงการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล ยังมีโครงการขยายแหล่งผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าในประเทศ
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอินโดนีเซียมีความมุ่งมั่นจะพัฒนาและเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล ชนิด B50 ตั้งแต่ต้นปี 2569 แต่ต้องชะลอโครงการไปก่อน โดยใช้น้ำมันไบโอดีเซล ชนิด B40 แทน เนื่องจากประสบปัญหาเชิงเทคนิคและงบประมาณ อย่างไรก็ตาม คาดว่าสถานการณ์สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน และความไม่แน่นอนในตลาดน้ำมันโลก ทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียตัดสินใจเดินหน้าโครงการจนประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ กรณีดังกล่าวจะเป็นผลดีต่อราคาน้ำมันปาล์มในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากอินโดนีเซียมีแนวโน้มต้องการนำเข้าน้ำมันปาล์มคุณภาพดีจากประเทศต่าง ๆ มากขึ้นเพื่อใช้ในโครงการผลิตไบโอดีเซล







